ปัสสาวะบ่อยเป็นโรคอะไร




หากใครมีการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ บางคนปวดปัสสาวะ 2-3 ครั้งต่อชั่วโมง หรือต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบ่อยๆ ถือเป็นโรคอย่างหนึ่ง เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

ภาวะปัสสาวะบ่อยเกินไป เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย บางรายไม่รู้ตัวว่าเป็นอยู่หรือไม่รู้ตัวว่า มีอาการส่อแววว่าเข้าข่ายโรคนี้ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยกว่าคนทั่วไป ทุกครั้งที่ปวดจะมีอาการรุนแรงที่ต้องเข้าห้องน้ำให้ได้ อาจปวดทุกชั่วโมงจนไม่เป็นอันทำอะไร แม้แต่ตอนกลางคืนก็นอนไม่ได้เพราะต้องลุกมาเข้าห้องน้ำทั้งคืน สร้างความทุกข์ทรมานและความรำคาญให้กับผู้ที่เป็น

ในภาวะคนปกติ เมื่อมีน้ำอยู่ในกระเพาะปัสสาวะในปริมาณครึ่งหนึ่งของกระเพาะปัสสาวะ คนทั่วไปจะเริ่มรู้สึกหน่วงๆ ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าปวด แต่หากเดินผ่านห้องน้ำก็อาจจะแวะเข้าห้องน้ำ เพื่อปลดความหน่วงนั้นทิ้งไป แต่ถ้ายังหาห้องน้ำไม่ได้ หรือติดภารกิจอื่นอยู่ จะยังไม่ขวนขวายที่จะเข้าห้องน้ำกระทั่งมีน้ำอยู่ในกระเพาะปัสสาวะจนเต็ม กระเพาะปัสสาวะจะเกิดการบีบตัวและปวดในที่สุด และเมื่อปวดคนปกติจะเข้าห้องน้ำและถ่ายปัสสาวะตามลำดับ

แต่ถ้าหากเป็นคนที่ผิดปกติหรือมีภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป จะรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยเกือบทุกชั่วโมง หากเป็นเวลากลางคืนจะนอนไม่เพียงพอเพราะต้องลุกมาเข้าห้องน้ำทั้งคืน ซึ่งกระเพาะปัสสาวะจะเกิดการบีบตัวทั้งที่น้ำยังไม่เต็มกระเพาะปัสสาวะ เมื่อขับถ่ายออกมาจะมีปริมาณน้อยสวนทางกับอาการปวด เพราะคนที่มีภาวะนี้ จะรู้สึกปวดหนักมากและต้องเข้าห้องน้ำให้ได้ และอาจกลั้นไม่อยู่จนต้องปล่อยราดออกมา

รู้จัก ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป

สาเหตุที่แท้จริงของภาวะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สรุปได้ คร่าวๆ ได้ว่ามีบางอย่างรบกวนการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับระบบประสาทควบคุมที่ทำให้มีการบีบตัวไวเกินไป แต่อย่างไรก็ตามอาจมีโรคอื่นที่ไม่ใช่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน หากมีการพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจหาโรคอื่นก่อน เช่น ตรวจอาการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะว่ามีหรือไม่ ตรวจว่ามีเม็ดเลือดแดงปนอยู่ในกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ หรืออาจตรวจเลือดหาความผิดปกติ และตรวจดูการทำงานของไตว่า มีความบกพร่องหรือมีการกลั่นปัสสาวะบ่อยเกินไปหรือไม่

อาจต้องให้คนไข้จดบันทึกว่าภายใน 24 ชั่วโมง มีการดื่มน้ำเท่าไร ดื่มน้ำชนิดไหนบ้าง เช่น น้ำเปล่า น้ำส้ม กาแฟ เป็นต้น และดื่มในปริมาณเท่าไร มีการถ่ายปัสสาวะกี่ครั้ง เวลาไหนบ้าง มีอาการอื่นร่วมหรือไม่ เพื่อทำการประเมินต่อไป ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจดบันทึกคือ 3 วัน จากนั้นแพทย์จะประเมินจากข้อมูลเหล่านั้น เพื่อหาสาเหตุของการขับถ่ายปัสสาวะที่บ่อยกว่าคนปกติ เพราะในผู้ป่วยบางรายพบว่ามีพฤติกรรมดื่มน้ำบ่อยทั้งที่ร่างกายยังไม่ทันขาดน้ำ อาจเกิดจากอาการคอแห้งบ่อย ก็เป็นสาเหตุให้ปัสสาวะบ่อยกว่าคนปกติได้ หรือบางคนชอบทานผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากก็ทำให้ปัสสาวะบ่อยได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็ต้องรู้ก่อนว่าคนไข้มีพฤติกรรมอย่างไร จึงจะทำการรักษาได้ถูกจุด หากพบว่าเป็นที่พฤติกรรมก็ต้องให้คนไข้ปรับพฤติกรรมตนเอง และอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากภาวะบีบตัวไวเกินไปของกระเพาะปัสสาวะ

สังเกตได้ว่าการขับถ่ายแต่ละครั้งมีปริมาณเท่าไหร่  ซึ่งอาการปวดเกิดจากน้ำที่เต็มกระเพาะปัสสาวะ แตกต่างจากคนที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวกว่าปกติที่มักขับถ่ายออกมาในปริมาณน้อยเพราะขับถ่ายทั้งที่น้ำยังไม่ทันเต็มกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้อาจมีการตรวจร่างกายต่อไปเป็นลำดับ หลังจากจดบันทึกพฤติกรรมของผู้ป่วยแล้ว และยังหาสาเหตุไม่พบ

ส่วนใหญ่ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะโดยตรง เช่น การอักเสบ เรื่องของโรคในกระเพาะปัสสาวะ เช่น มีนิ่วหรือก้อนเนื้องอก หรือความผิดปกติของอวัยวะข้างเคียง เช่น ในผู้หญิงอาจมีความผิดปกติของมดลูก เรื่องของฮอร์โมนที่ขาดไป แต่เรื่องสำคัญที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกันที่ต้องทำการแยกแยะ คือความผิดปกติของระบบประสาทสั่งการทั้งสมอง ไขสันหลัง และส่วนต่างๆ ทั้งหมด

สาเหตุแท้จริงนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีหลายอย่างมากระตุ้นได้ เช่น อุปนิสัย เครื่องดื่มบางชนิด การใช้ชีวิต อย่างเช่นบางคนอาจมีภาวะที่ต้องกลั้นปัสสาวะอยู่เรื่อย ๆ รวมถึงอาหารบางอย่างที่มีคุณสมบัติในการเร่งการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ เช่น กาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีรสจัด โซดา อาหารที่รสจัด เครื่องเทศ วาซาบิ เป็นต้น

ภาวะดังกล่าวสามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่อาจพบที่ช่วงอายุต่างกัน ในผู้หญิงมักพบในวัยทำงาน วัยมหาวิทยาลัย แต่ในผู้ชายจะพบเมื่ออายุมากกว่าอาจมาจากต่อมลูกหมากโตหรือการทำงานของสมองเริ่มบกพร่อง

 

Related Post

ผายลมบอกปัญหาสุขภาพผายลมบอกปัญหาสุขภาพ



ทำไมเราจึงผายลม กลิ่นของผายลมบอกอะไรเราได้บ้าง ไขข้อสงสัยที่เกิดจากการผายลมว่าแบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ ทั้งจากกลิ่น จำนวนครั้ง หรือแม้แต่เสียงของผายลม ก็บอกปัญหาสุขภาพของเราได้ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายว่า การผายลมเกิดขึ้นจากการระบายลมในลำไส้ ซึ่งเป็นผลมาจากการกลืนลมเวลาที่เรากลืนอาหาร กลืนน้ำลาย หรือจากการระบายแก๊สที่เกิดจากการย่อยอาหาร ในผู้ที่ผายลมมากๆ อาจเกิดจากแก๊สสะสมในกระบวนการย่อยอาหารที่มีแก๊สมาก เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม อาหารพวกแป้งที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง พืชตระกูลถั่ว การกินอาหารเร็วเกินไป กลิ่นของผายลม ไร้กลิ่น เกิดได้จากการรับประทานโปรตีนน้อย มีกลิ่น เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน หรือผักที่มีกลิ่นแรง มีกลิ่นแรงมากผิดปกติ อาจเกิดจากการมีลำไส้ติดเชื้อแบคทีเรีย

5 บทเพลงบำบัดโรคซึมเศร้า5 บทเพลงบำบัดโรคซึมเศร้า



โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางจิตเวชที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว โรคซึมเศร้าจึงเป็นภัยเงียบที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจของทุกคน รอเวลาที่จะสำแดงอาการออกมา โดยที่เราไม่มีโอกาสรู้เลยว่าตนเองจะกลายเป็นผู้ป่วยของโรคซึมเศร้าเมื่อไหร่ หลายครั้งความรุนแรงของโรคได้นำไปสู่โศกนาฏกรรม ทั้ง ๆ ที่คนใกล้ชิดผู้ป่วยต่างยืนยันว่าไม่มีสัญญาณใดที่บ่งบอกถึงอาการของโรคซึมเศร้ามาก่อน อย่างไรก็ตาม บทความนี้เราจะไม่ได้พูดถึงโรคซึมเศร้าในมุมมองทางการแพทย์ แต่ผ่านมุมมองของเสียงเพลงและดนตรี ในห้วงที่ผ่านมา มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พยายามศึกษาแนวทางการบำบัดโรคซึมเศร้าผ่านเสียงเพลง หรือที่หลายคนเรียกว่าการใช้ดนตรีบำบัดความเครียด หรือ เพลงบำบัดโรคซึมเศร้า ซึ่งผมได้หยิบยก 5 บทเพลงที่แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้โดยตรง แต่ก็มีท่วงทำนองที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และบรรเทาความบอบช้ำทางจิตใจได้ไม่มากก็น้อย กระนั้น ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักโรคซึมเศร้าเพิ่มเติมมากขึ้นอีกนิดหนึ่งครับ โรคซึมเศร้า คือ โรคซึมเศร้าเป็นความผิดปกติของสมองที่มีผลกระทบต่อความนึกคิด อารมณ์ ความรู้สึก