ผายลมบอกปัญหาสุขภาพ




ทำไมเราจึงผายลม กลิ่นของผายลมบอกอะไรเราได้บ้าง ไขข้อสงสัยที่เกิดจากการผายลมว่าแบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ ทั้งจากกลิ่น จำนวนครั้ง หรือแม้แต่เสียงของผายลม ก็บอกปัญหาสุขภาพของเราได้

จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายว่า การผายลมเกิดขึ้นจากการระบายลมในลำไส้ ซึ่งเป็นผลมาจากการกลืนลมเวลาที่เรากลืนอาหาร กลืนน้ำลาย หรือจากการระบายแก๊สที่เกิดจากการย่อยอาหาร ในผู้ที่ผายลมมากๆ อาจเกิดจากแก๊สสะสมในกระบวนการย่อยอาหารที่มีแก๊สมาก เช่น

  • เครื่องดื่มน้ำอัดลม
  • อาหารพวกแป้งที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
  • พืชตระกูลถั่ว
  • การกินอาหารเร็วเกินไป

กลิ่นของผายลม

  1. ไร้กลิ่น เกิดได้จากการรับประทานโปรตีนน้อย
  2. มีกลิ่น เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน หรือผักที่มีกลิ่นแรง
  3. มีกลิ่นแรงมากผิดปกติ อาจเกิดจากการมีลำไส้ติดเชื้อแบคทีเรีย ลำไส้ที่มีอุจจาระค้างอยู่นาน หรือลำไส้อุดตัน

ควรผายลมกี่ครั้งต่อวัน

จำนวนครั้งที่ผายลมต่อวันอาจมากน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทาน และสุขนิสัยการขับถ่าย ตราบใดที่ไม่มีอาการแน่นท้องก็ถือว่าปกติ

นอกจากนี้ ถ้าสังเกตพบว่าผายลมน้อยกว่าปกติ หรือแน่นท้อง อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคลำไส้อุดตันได้

เสียงของผายลม

การผายลมที่มีเสียง เกิดจากการควบคุมลมในลำไส้ใหญ่ผ่านกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ถ้าลมในลำไส้มีมาก จะทำให้ผายลมมีเสียงดังได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

 

 

Related Post

น้ำแข็งปนเปื้อนความใสเย็นพร้อมภัยใกล้ตัวน้ำแข็งปนเปื้อนความใสเย็นพร้อมภัยใกล้ตัว



     น้ำแข็งที่ช่วยให้ทุกคนดับกระหาย หารู้ไม่ว่าเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกปนเปื้อน ในร้านขายของชำ ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนแบกน้ำแข็งก้อนยักษ์ขึ้นบ่า มือที่สวมถุงมือผ้ากระชับแน่น ก่อนเดินอย่างคล่องแคล่วแล้วโยนลงในถังแช่ อีกคนลากกระสอบถุงปุ๋ยเทน้ำแข็งป่นลงถัง  น้ำแข็งเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานสารพัด ทั้งแช่หมู แช่ผัก แช่น้ำขวด ใส่แก้วให้ลูกค้า ทำน้ำแข็งใส ยันไอศครีม ใครจะเชื่อ กว่าจะถึงปากให้เคี้ยวกันอย่างเพลิดเพลิน อาจมีสิ่งสกปรกและเชื้อโรคปนเปื้อนชนิดที่เราคาดไม่ถึง จากข้อมูลจากการประปานครหลวง ระบุว่า น้ำแข็งที่เราบริโภคกันอยู่นั้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ น้ำแข็งซอง หรือน้ำแข็งก้อนใหญ่นำมาทุบให้เล็กลงใส่เครื่องบดให้เป็นน้ำแข็งเกล็ด น้ำแข็งป่น เพื่อไปจำหน่ายต่อ เหมาะกับการแช่ของสด

การใช้เสียงดนตรีรักษาโรคร้ายการใช้เสียงดนตรีรักษาโรคร้าย



ดนตรีคือความรื่นรมย์ของชีวิตคนทุกคน ไม่ว่าใครก็ตามบนโลกนี้ ถึงกับมีผู้เปรียบว่า เสียงดนตรีคือของขวัญจากสรวงสวรรค์ และดนตรีนี้เองมีผลอันดีที่จะช่วยเยียวยาจิตใจของคนได้ ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นใคร โดยเฉพาะกับผู้ที่เจ็บป่วย เป็นโรคทั้งทางกาย ทางจิตใจดนตรีก็สามารถช่วยรักษา และบรรเทาอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นให้ทุเลาดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มแรกทีเดียวของการนำดนตรีเข้ามาใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วย ถูกบันทึกไว้ว่ากว่า 5000 ปีก่อนดนตรีก็ถูกนำมาใช้รักษาผู้ป่วยแล้ว ในยุคกรีกมีการบันทึกถึงการนำดนตรีเข้ามาเยียวยาบำบัดอาการผู้ป่วยทางจิตเวช ความป่วยที่เกิดขึ้นกับจิตใจนั้นโดยมากเกิดจากความวิตกกังวล ความเศร้าหดหู่ ความกลัว และความเครียด ดนตรีจึงสามารถช่วยผ่อนคลาย และเยียวยาได้โดยตรงแม้ต้องใช้เวลาเพื่อคนป่วยจะดีขึ้นก็ตาม นอกจากผู้ป่วยในทางจิตเวชแล้วดนตรียังถูกใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคต่าง ๆ แม้กระทั่งโรคร้ายแรงเช่นโรคมะเร็ง ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งจะมีความรู้สึกเครียด หดหู่ และเศร้าเกี่ยวกับโรคที่ตนเป็นอยู่แล้ว เมื่อได้ฟังดนตรีก็ทำให้รู้สึกคลายเครียด