วิธีแก้คอเคล็ดด้วยตัวเอง




ปวดคอ คอเคล็ด เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้บ่อยๆ และเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกับวัยทำงานที่ต้องมีการก้มๆ เงยๆ อยู่ตลอดทั้งวัน อาการคอเคล็ดอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เต็มที่เหมือนเช่นเคย หากคุณผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาคอเคล็ดอยู่บ่อยๆ ล่ะก็เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการบรรเทา อาการคอเคล็ด มาฝาก

คอเคล็ด เกิดจากอะไร

อาการคอเคล็ด เกิดจากการใช้งานคอมากเกินไป ซึ่งมีผลให้กล้ามเนื้อคอยืดเกินไป หรือตึงเกินไป จนส่งผลให้เกิดอาการปวด ตั้งแต่ปวดเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงปวดอย่างรุนแรง จนขยับศีรษะได้ลำบาก หรือไม่สามารถขยับศีรษะได้ อย่างไรก็ตาม อาการคอเคล็ดก็อาจเกิดได้จากปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • การบาดเจ็บรุนแรงที่บริเวณคอ เช่น ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
  • การบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น นอนผิดท่า นอนตกหมอน การก้มหรือจ้องมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ
  • อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา
  • โรคข้ออักเสบ
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • ความเครียด

มีวิธีแก้ คอเคล็ด ได้อย่างไรบ้าง

หากมี อาการคอเคล็ด สามารถรับมือได้ง่ายๆ ดังนี้

  • ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ

– หากมีอาการปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ หรือเริ่มมี อาการคอเคล็ด ให้ค่อยๆ ทำการยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ ดังนี้

– หมุนไหล่ไปข้างหลังแบบขึ้นและลง 10 ครั้ง

– บีบสะบักเข้าหากัน 10 ครั้ง

– แนบหูไปที่หัวไหล่สลับไปมา 10 ครั้ง

– กรณีที่นั่งรถ หรือนั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิงศีรษะ สามารถเอนศีรษะไปที่พนักพิงศีรษะของเบาะรถหรือเบาะเก้าอี้ แล้วค้างไว้ 30 วินาที

  • ประคบร้อน-ประคบเย็น ในบริเวณที่ คอเคล็ด

หากมี อาการคอเคล็ด สามารถนำผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น หรือใช้ผ้าขนหนูห่อน้ำแข็ง แล้วนำไป ประคบที่บริเวณคอที่มีอาการเคล็ดขัดยอก หากเป็นไปได้ควรทำการประคบตั้งแต่ 24-48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและบรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบและบรรเทาอาการปวด

อาบน้ำอุ่น

การ อาบน้ำอุ่น หรือการแช่ตัวในน้ำอุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีส่วนช่วยบรรเทาอาการคอเคล็ดได้ เนื่องจากน้ำอุ่นจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงมากจนเกินไป จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดคอ หรือคอเคล็ดได้

ปรับเปลี่ยนบรรยากาศในการนอน

บางครั้ง อาการคอเคล็ด ก็อาจเกิดจาก ปัญหาในการนอนหลับ หมอนที่ใช้นอนอาจแข็งจนเกินไป หรือมีขนาดที่ไม่รองรับกับศีรษะ ทำให้เวลานอนแล้วรู้สึกไม่สบายคอ ไม่สบายศีรษะ เสี่ยงที่จะทำให้กล้ามเนื้อตึง จนเกิดอาการปวด ควรเลือกหมอนที่ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป และเลือกหมอนที่มีขนาดกว้างพอที่จะรองรับศีรษะ และควรกว้างพอที่จะรับกับการปรับเปลี่ยนท่าทางในการนอนสำหรับผู้ที่นอนตะแคงด้วย เพื่อป้องกันอาการคอเคล็ด

รับประทานยาแก้ปวด

อาการคอเคล็ด สามารถรับประทานยาแก้ปวดที่สามารถสั่งซื้อได้เอง โดยไม่ต้องใช้คำสั่งยาจากแพทย์ เช่น พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการปวด อย่างไรก็ตาม การปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรก่อนซื้อยาถือเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อจะได้ซื้อยารักษาโรคได้ตรงตามอาการ

  • ปรับท่าทางในการนั่ง

ในกรณีที่ต้องนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ ควรปรับความสูงของหน้าจอให้พอดีกับระดับสายตา เพื่อลดการเงยคอไว้สูงหรือก้มต่ำจนเกิดไป การปรับท่านั่งให้พอดีกับโต๊ะและจอคอมพิวเตอร์ มีส่วนช่วยป้องกันอาการปวดหรือเมื่อยคอจากการก้มหรือเงยคอนานเกินไป

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

อาการคอเคล็ด แม้จะไม่ใช่ปัญหาสุขภาพที่อันตรายรุนแรง และสามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นตามลำดับได้ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบคุณหมอ

  • มีอาการคอเคล็ดร่วมกับอาการต่างๆ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ
  • อาการคอเคล็ดไม่ทุเลาลงภายในสองหรือสามวัน แม้จะมีการบรรเทาอาการคอเคล็ดแล้วก็ตาม
  • มีอาการปวดที่คออย่างรุนแรง

 

Related Post

10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 202110 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2021



การศึกษาที่ดีสำคัญต่อชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะช่วยในการทำงาน หรือว่าจะช่วยทำตามความฝันให้เป็นจริงก็ตาม โดย U.S. News และ World Report ร่วมกันจัดอันดับ มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยม ที่สุดในโลก ประจำปี 2021 โดยรวบรวมข้อมูลสถิติ จากราว 1,500 สถานศึกษาจากหลากหลายประเทศ ที่มีผลงานการวิจัยเชิงวิชาการคุณภาพและชื่อเสียงของสถาบันการจัดอันดับประจำปีนี้มีประเทศที่เข้าร่วมมากถึง 86 ประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่จำนวน 81 ประเทศ ขณะที่ประเทศที่มีมหาวิทยาลัยติดเข้ามาในรายชื่อได้มากที่สุดคือ สหรัฐฯ โดยมีมหาวิทยาลัยติดอันดับมากถึง 255 แห่ง รองลงมาเป็นประเทศจีนที่มีมหาวิทยาลัยติดเข้าเป็นจำนวน

ระหว่างเงินกับความรัก เลือกอะไร?ระหว่างเงินกับความรัก เลือกอะไร?



นี่คงเป็นประโยคคำถามที่มีความเศร้าอยู่ในตัวอย่างไม่ต้องสงสัย ระหว่างเงินกับความรัก คุณจะเลือกอะไร คำตอบอาจจะต่างกันออกไป แต่คงจะเดาได้ไม่ยากเพราะบางอย่างก็มีคำตอบของมัน และบางทีบทความนี้อาจจะมีมุมที่เปลี่ยนความคิดของใครได้อีกหลายๆคน ระหว่างเงินกับความรัก คุณจะเลือกอะไร? จากคำถามที่ได้บอกว่าคงมีคำตอบอยู่ใสนตัวของมัน แบ่งได้เป็น2แบบคือ -คนที่คิดว่ามีเงิกมากพอแล้ว ก็คงจะตอบว่าเลือกความรัก กับคนที่คิดว่ามีความรัก(ที่ดี)อยู่แล้วก็คงจะต้องตอบว่าเงิน เพราะคนเราคงต้องเลือกสิ่งที่ขาดอยู่แล้ว -ส่วนอีกด้าน ถ้าใครเจ็บปวดหรือรู้สึกทุกข์กับสิ่งที่เลือกอีกสิ่งแทน เช่น คนที่รู้สึกว่าการหาเงินหรือเรื่องเงินทำให้ใจเราเป็นทุกข์ ก็อาจจะรู้สึกว่าความรักดีกว่าในขณะที่คนที่ทุกข์กับรักมามาก ก็จะเลือกเงินดีกว่าเหมือนกัน นี่เราย่อมเลือกสิ่งที่รู้สึกมีความสุขง่ายกว่า บางทีก็ดูชัดเจนแต่ก็อาจมีคนรู้สึกแย้งว่า ด้วยค่านิยมของสมัยนี้แล้ว มันทำให้ใครๆก็ต้องเลือกเงินมากกว่าความรักอยู่แล้ว มันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ ซึ่งนั่นมันก็บอกอยู่แล้วเพราะเรายังรู้สึกขาดเงินไม่ได้หมายความว่าต้องจนหรือว่าขาดแคนอะไร เพียงแต่คิดว่ามันไม่มากพอที่จะตอบสนองในหลายๆด้าน จึงที่จะต้องการและเห็นความสำคัญอยู่ ไม่อย่างนั้นก็เพราะไม่เชื่อในเรื่องความรัก ก็อาจจะไม่คิดว่ามันจะมีความสุขได้