post

 เคล็ดลับแก้ปัญหาสิวที่คอ

สิวอาจขึ้นได้หลายตำแหน่งของร่างกายทั้ง ใบหน้า ลำคอ และหลัง เมื่อเกิดสิวขึ้นแล้วไม่เพียงแต่มาพร้อมความเจ็บปวด แต่สิวยังทำให้เกิดรอยดำรอยแดงตามมาอีกด้วย วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีแก้ปัญหาสิวที่คอ ที่รับรองเลยว่าทำแล้วได้ผลแน่นอน

1.เลือกใช้ครีมที่เหมาะสม

การทาครีมบำรุงต่างๆ บนใบหน้าและลำคอ ควรเลือกครีมที่มี SPF เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวที่คอ โดยหากวันไหนมีกิจกรรมที่ต้องเผชิญกับแดด ก็ควรทาครีมที่มีส่วนผสมของ SPF เยอะขึ้นมาหน่อย แล้วจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดี พร้อมลดปัญหาสิวที่คอได้อย่างแน่นอน

2.มัดผมเมื่อผมเริ่มมัน

ช่วงที่สาวๆ ไม่ค่อยได้สระผมหรือนานๆ จะสระผมสักครั้ง ก็มักจะมีปัญหาผมมันตามมา ซึ่งเราไม่ควรปล่อยผมให้ปะบริเวณลำคอมากเกินไป เพราะคราบน้ำมันที่มีในเส้นผมจะทำให้เกิดสิวที่ลำคอได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรมัดผมให้เรียบร้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิวจะดีกว่า

3.เลือกยาสระผมและครีมนวดที่ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน

ซิลิโคนในยาสระผมและครีมนวดจะช่วยทำให้ผมของเรานุ่มลื่น แต่อย่าลืมว่าซิลิโคนนั้นทำให้รูขุมขนของเราอุดตันได้ และเกิดสิวขึ้นมาในที่สุด ดังนั้นจึงควรเลือกยาสระผมและครีมนวดที่ไม่มีซิลิโคนเป็นส่วนผสมจะดีกว่า แล้วปัญหาสิวที่คอจะไม่มากวนใจแน่นอน

4.ใส่เสื้อผ้าบางๆ

การที่เราใส่เสื้อผ้าหนาไป เมื่อร่างกายเกิดเหงื่อจะทำให้คราบเหงื่อไคล ไหลไปอยู่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะลำคอ ซึ่งเมื่อเกิดการสะสมของแบคทีเรียและความอับชื้น จะทำให้เราเกิดสิวได้ ดังนั้นควรเลือกสวมเสื้อผ้าโปร่ง โล่ง สบาย เพื่อลดปัญหาสิวที่ตามมา

5.หากิจกรรมลดความเครียด

สิวที่คอเกิดจากความเครียด ต่อให้รักษาใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ไม่หาย วิธีเดียวที่จะรักษาได้คือการลดความเครียด โดยการหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลาย ซึ่งวิธีนี้อาจต้องใช้เวลานานสักหน่อยเพื่อปรับฮอร์โมนในร่างกาย แต่รับรองได้ว่าสิวหายแน่นอน

6.ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากทำหลายวิธีแล้ว สิวที่คอก็ยังขึ้นอยู่เรื่อยๆ และไม่หายสักที ก็คงต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะ เพื่อหาแนวทางการรักษาสิวที่คอให้หมดไป พร้อมรับคำแนะนำที่จะช่วยลดการเกิดสิวที่คอได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตามการเกิดสิวไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใด และในปัจจุบันการใช้แพทย์ทางเลือกเพื่อรักษาสิวก็มีมากมาย โดยสิวที่เกิดขึ้นเราก็ควรพิจารณาดูว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อจะได้รักษาและป้องกันได้อย่างถูกจุด

 

post

วิธีมาส์กหน้า

หลายคนสงสัยว่าการมาส์กหน้า นั้นสามารถทำได้ทุกวันหรือไม่ วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน สำหรับปัญหาโลกแตก มาร์คหน้าทุกวันได้หรือไม่การ มาร์คหน้า สามารถมาร์คได้ทุกวัน แต่ผลิตภัณฑ์ มาร์คหน้า ที่เลือกใช้ต้องเป็น ผลิตภัณฑ์ มาร์คหน้า ที่ทำขึ้นมาสำหรับเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเท่านั้น ข้อแนะนำอย่างหนักแน่นก็คือ อย่าใช้ มาร์คหน้า ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวอื่นๆ เช่น

ลดจุดด่างดำ

หรือเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวหน้าของเรา

เหตุก็เพราะว่า เจ้าสารบำรุงเหล่านั้นอาจจะทำให้ผิวบางได้ เพราะตัวมันเองมีหน้าที่ ที่จะแก้ไขปัญหาผิวต่างๆ นั้นเอง

หากจะใช้มาร์คที่ช่วยเรื่องอื่นนอกเหนือจากเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็พอ และสำคัญมาก แม้จะสามารถใช้ได้ในทุกวัน สำหรับ มาร์คหน้า ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า อย่าคิด มาร์คหน้า เกินเวลาเป็นอันเด็ดขาด โดยปกติตามฉลากจะแนะนำให้มาส์กแค่ 15-20 นาที เพียงแค่นั้นก็สามารถดึงศักยภาพของ ผลิตภัณฑ์ มาร์คหน้า ออกมาได้อย่างเต็มที่แล้วนั้นเอง  ไม่อย่างนั้น มาร์คหน้า จะดึงความชุ่มชื้นออกไปจากผิว หากแผ่น มาร์คหน้า ยังมีความชุ่มชื้นอยู่ ให้นำไปใช้กับผิ;พรรณในส่วนอื่นแทน

ยกตัวอย่างเช่น

  • ลำคอ

  • หรือจะเป็นแขน

  • แม้แต่ขาเองก็ด้วย

เป็นการประหยัดเงินไปในตัว แถมได้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรัยผิวส่วนอื่นอีกด้วย เป็นไงล่ะ ผิวสวยสองต่อเลย ไม่สิ หลายต่อเลยก็ว่าได้ อย่าพยายามทิ้ง มาร์คหน้า ไว้ข้ามคืนเป็นอันขาด ขนาดทิ้งเวลาเกิน 20 นาทีแผ่นมาส์กยังจะดึงความชุ่มชื้นไปจากผิวเลย แล้วถ้าเผลอทิ้งไว้ข้ามคืนจนแห้งติดผิวแล้วละก็ อาจจะมีปัญหาที่ส่งผลต่อผิวหน้าก็เป็นได้ นั่นแหละตัวการทำผิวเหี่ยวและหน้าใสๆ ดูหมองลงไปเลยเขียว เพราะ มาร์คหน้า แห้งๆ จะยิ่งดึงเอาน้ำใต้ผิวไปไว้ในแผ่น มาส์ก หมด

ถ้าเป็น มาร์คหน้า แบบครีม ไม่แนะนำให้ใช้ดูแลผิวพรรณในทุกวันนะ เพราะตัว มาร์คหน้า แบบครีมอาจจะก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ แถมต้องรอให้แห้งก่อนจึงค่อยล้างออก ซึ่งระหว่างรอเจ้า มาร์คหน้า แห้งนี่แหละอาจทำให้ หน้าเหี่ยว ได้แนะนำให้ใช้ มาส์กหน้า แบบครีมแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอนะ

และในส่วน Sleeping Mask สามารถใช้งานตามความต้องการ ได้ทุกวันเลย เพราะออกแบบมาเพื่อเป็นครีมบำรุงอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเนื้อเจล ไม่หนักหน้ามากนัก และเน้นเรื่องความชุ่มชื้น ดังนั้นไม่ทำให้ผิวเหี่ยวแน่นอน

สำหรับสรุปง่ายๆ เลยนะ สามารถมาส์กหน้าได้ทุกวัน แต่ต้องเป็นมาส์กเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเท่านั้น และไม่ควรทิ้งระยะเวลาการมาส์กเกิน 20 นาที ไม่อย่างงั้นผิวเหี่ยวอย่างที่กลัวแน่นอน  และนอกจากนี้ การเลือกผลิตภํณฑ์ มาร์คหน้า ให้ดี ต้องเลือก ผลิตภัณฑ์ มาร์คหน้า เหมาะสมกับผิวของผู้ใช้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกๆ การใช้ มาร์คหน้า ผิดลักษณะของผิว จากผลลัพธ์ที่จะทำให้ดูดียิ่งขึ้น อาจจะกลายเป็นดับวูบ พังทลายลงตรงหน้าเลยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหน้าบาง ซึ่งเป็นเหตุให้หน้าเกิดความอ่อนแอ ต่อด้วยขนาดรูขุมขนอาจจะเพิ่มขนาดกว่าเดิม ทำให้มีโอกาสสูงในการอุดตันของ สารบำรุงต่างๆ ที่มักถูกผสมกับ มาร์คหน้า เป็นหนึ่งในกระบวนการ การกิดของสิวนั้นเอง เห็นไหมว่า นอกจากจะได้ผลลัพธ์นิดๆหน่อยๆ แต่หากเลือกใช้อย่างถูกต้อง ถูกประเภทของผิวแล้วละก็ ยังไงก็บอกลาปัญหาผิวหน้าแบบเดิมๆ ไปได้เลย

 

post

สาเหตุผิวคล้ำเสีย

ผิวเป็นอะไรที่ไวต่อแสงเป็นอย่างมากทำให้ผิวของเราถูกทำร้ายได้ง่ายเป็นอย่างมากวันนี้เราจะพาไปดูสาเหตุที่ทำให้ผิวคล้ำเสียกัน

ดำจากแสงแดด 

แสงแดดตัวร้ายคือตัวอันตรายสำหรับผิวของเราที่สุด หลายคนโดนแดดเผาผิวจนเสีย บางคนหนักถึงขั้นผิวไหม้ กว่าจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นเเบบเดิมได้ก็ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร ยังไงเราควรหลีกเลี่ยงและระมัดระวังให้มากที่สุดเพื่อรักษาผิวของเราไว้ไม่ให้ผิวคล้ำเสียได้ง่าย

ดำจากแสงไฟ

อย่าคิดว่ามีแค่แสงแดดเพียงอย่างเดียวที่ทำร้ายผิว ใครว่าแสงไฟไม่อันตรายต่อผิว อันนี้ไม่เป็นความจริงเลย เพราะเเสงไฟก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผิวของเราเสียได้ เพียงแต่เเสงไฟจะทำให้ผิวเราค่อย ๆ หมองคล้ำไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ ไม่ถึงขั้นเผากันแบบแสงแดด โดยบริเวณที่มักจะหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัดก็คือใบหน้าและลำคอ

ดำจากสารคลอรีน

สังเกตุมั้ยคะว่านักกีฬาว่ายน้ำหลายคนมักจะมีสีผิวคมเข้มกันแทบจะทุกคน สาเหตุก็เพราะคลอรีนมีฤทธิ์ทำลายผิว คลอรีนจะกัดผิวจนคล้ำ บางคนอาจมีผิวอักเสบ แสบคัน หากปล่อยไว้นาน ๆ ไม่รักษาอาจทำให้ผิวขาว ๆ ของเรากลายสภาพเป็นผิวเสียดำคล้ำได้

ดำจากสารป้องกัน UV

ครีมป้องกันแสงแดดรังสี UV นี่แหละที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ เนื่องจากร่างกายบางคนนั้นแพ้สารป้องกันนี้ ทำให้เมื่อใช้แล้วจะเกิดอาการคัน แสบร้อน บางคนใช้แล้วผิวไหม้เกรียมและหมองคล้ำกว่าเดิม ยิ่งออกไปเผชิญแสงเเดดก็ยิ่งทำให้ผิวของเราแย่ลงไปอีก

ทางที่ดีหากอยากมีผิวขาวกระจ่างใสก็ควรหมั่นดูแลรักษา อย่าปล่อยให้มีอะไรมาทำร้ายผิวของเราได้ เพราะบางทีคนที่มีผิวแพ้ง่ายนั้น นอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำแล้ว ยังอาจเกิดอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น ผิวแสบ ผิวคัน ผิวหนังอักเสบ บางรายอาจเป็นหนักถึงขั้นเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เนื่องจากในแสงแดดนั้นมีรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวของเรา รวมทั้งสารเคมีอื่่นๆ ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราควรที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ระคายเคืองและอาจทำร้ายผิวของเราให้หมองคล้ำดำเสีย เราควรป้องกันตัวเองจากแสงแดดและแสงต่างๆที่อาจจะทำร้ายผิวของเราให้ทาครีมที่มีสารที่ช่วยป้องกันแสงแดด และใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อสุขภาพผิวที่ดีนั่นเอง