post

บิตคอยน์ (Bitcoin) คืออะไร 

              กำลังเป็นกระแสและเติบโตอย่างรวดเร็วกับสกุลเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า บิตคอยน์  หลังจากมีการพูดถึงกันเป็นวงกว้างว่า บิตคอยน์อาจจะเปลี่ยนระบบการเงินของโลกไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่าบิตคอยน์ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2552 รวมๆได้ก็12 ปีแล้ว

       โดยบิตคอยน์เริ่มมาเป็นกระแสและรู้จักในเมืองไทย เนื่องจากมีกลุ่มแฮกเกอร์ได้ปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ ซึ่งได้เรียกเก็บเงินกับผู้ที่ติดไวรัสเป็นสกุลเงินบิตคอยน์ ทำให้สกุลเงินนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก จนมีมูลค่าพุ่งสูงสุดในเดือนธันวาคม 2560 แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ราคาบิตคอยน์จะค่อย ๆ ร่วงลงและมีความผันผวนเป็นอย่างมาก จนเริ่มเกิดกระแสความกังวลเป็นวงกว้างถึงภาวะฟองสบู่แตกในตลาดบิตคอยน์ แต่แล้วในเดือนมกราคม 2564 บิตคอยน์กลับทำสถิติพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดย 1 BTC มีมูลค่าถึง 1 ล้านกว่าบาทกันเลยทีเดียว ทุกคนคงอยากรู้กันแล้วสิว่าบิตคอยน์คืออะไร มาจากไหน และใครเป็นผู้คิดค้น และมีความสำคัญยังไง เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

บิตคอยน์ คืออะไร ?
บิตคอยน์ (Bitcoin) คือ สกุลเงินสมมติที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยไม่ขึ้นกับสกุลเงินใดๆ ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญทั่วไป โดยบิตคอยน์มีหน่วยเงินตราเป็น BTC เหมือนๆ กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ใช้หน่วยเงินตราเป็น USD หรือสกุลเงินบาทไทยที่ใช้เป็น THB นั่นเอง ซึ่งบิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2552 ราวๆสิบกว่าปีมาแล้ว และเริ่มถูกนำไปใช้แลกเปลี่ยนซื้อ-ขายสินค้ากันจริงๆ ในโลกออนไลน์ตั้งเป็นต้นมา

บิตคอยน์ถือว่าเป็นเงินตราอิเล็กทรอนิกส์ สกุลหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีสกุลเงิน อีกมากมายที่ถูกคิดค้นขึ้นมา เช่น สกุลเงิน Ethereum ที่ใช้ตัวย่อว่า ETH, สกุลเงิน Ripple ที่ใช้ตัวย่อว่า XRP และสกุลเงิน Litecoin ที่ใช้ตัวย่อว่า LTC แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบิตคอยน์ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุด เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่ของวงการสกุลเงินดิจิทัลนั่นเอง  

Bitcoin เกิดมาได้อย่างไร   
บิตคอยน์เกิดจากแนวคิดที่ต้องการระบบเงิน และไม่ถูกตรวจสอบ จากที่มีธนาคารกลางเป็นผู้ดูแล และมีหน้าที่กำหนดมาตรฐาน รวมถึงมูลค่าของเงิน ทำให้ธุรกรรมทางการเงินทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของธนาคารกลางนั่นเอง แต่กระบวนการเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยถูกใจบรรดาธุรกิจใต้ดิน เพราะต้องระบุตัวตน เวลาโอนเงินก็ต้องผ่านตัวกลาง ทำให้ถูกตรวจสอบได้ง่ายกว่าการยึดสกุลเงินดิจิทัลจึงสร้างสกุลเงินใหม่ที่ไม่ผ่านระบบธนาคารกลาง และเป็นที่ยอมรับใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีโปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโต้ ได้สร้างระบบที่เรียกว่า Blockchain ออกมา ซึ่งเป็นระบบเพื่อป้องกันการเกิดภาวะเงินเฟ้อและเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดิจิทัล  โดยนำระบบการทำงานของอัลกอริทึมมาใช้ แล้วกำหนดปริมาณเงินในระบบไม่ให้เกินยี่สิบเอ็ด ล้านหน่วย ทำให้บิตคอยน์เริ่มนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะจากมีระบบป้องกันเงินเฟ้อนั่นเอง

การขุด Bitcoin

       หลังจากที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีหลายคนเริ่มเห็นโอกาสในการทำกำไร ซึ่งก็มีคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยกับบิตคอยน์ไปไม่น้อย โดยการลงทุนในบิตคอยน์นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธี เราไปดูกัน

การขุด (Mining)

         บิตคอยน์ถูกดูแลภายใต้ระบบ Blockchain ที่ทำงานโดยอัลกอริทึม การขุดคอยน์ อธิบายง่ายๆให้เข้าใจ คล้ายๆที่เข้าไปขุดทองในเหมือง แต่แค่เปลี่ยนรูปแบบมาทำในระบบคอมพิวเตอร์แทน โดยจะต้องนำคอมพิวเตอร์ของเราไปเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้ระบบบิตคอยน์ใช้ในการเก็บธุรกรรมต่างๆ เป็นเหมือนการแลกทรัพายากรกันนั่นเอง จึงจะได้รับค่าตอบแทนคือเงินบิตคอยน์ แต่การจะได้ค่าตอบแทนนั้นจะต้องแก้สมการทางคณิตศาสตร์ให้ได้ ซึ่งต้องแข่งกับคนอื่น ถ้าทำสำเร็จเราก็จะเป็นเจ้าของบิตคอยน์ที่เกิดขึ้นมาใหม่จากการขุดนั่นเอง

สำหรับความยากง่ายของการขุด ขึ้นอยู่กับจำนวนบิตคอยน์ที่อยู่ในระบบที่ถูกกำหนดสูงสุดไว้ที่ยี่สิบเอ็ดล้านหน่วย ยิ่งจำนวนบิตคอยน์เหลือน้อยก็ยิ่งยากมากขึ้น รวมถึงความแรงของการประมวลผลคอมพิวเตอร์เราด้วยที่ต้องมากขึ้นตามความยากของการขุด ทำให้เราเห็นข่าวเรื่องที่คนหันมาซื้อการ์ดจอแรงๆ เพื่อมาแข่งกันขุดบิตคอยน์นั่นเอง คอมพิวเตอร์แรงกว่าก็จะมีโอกาสแก้สมการได้เร็วกว่าจำนวนเงินการขุดถูกกำหนดไว้ชัดเจน ช่วงแรกจะได้ครั้งละ 50 BTC โดยจำนวนเงินที่ได้จะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ปัจจุบันเหลือแค่ 6 BTCเท่านั้นเอง

การเทรดด้วยสกุลเงินอื่น

หากไม่มีคอมพิวเตอร์แรงๆ ไปขุดบิตคอยน์ เราสามารถนำเงินสกุลอื่นๆ ที่ได้รับการยอมรับไปแลกเพื่อไปหากำไร  มูลค่าของบิตคอยน์ได้จากการขุดมีร้านรับแลกออนไลน์เกิดขึ้นมากมายที่ทำหน้าที่เหมือนธนาคาร ให้แลกและอัตราแลกขึ้นกับกลไกการตลาดกำหนด ถ้าราคาขึ้นก็ขึ้นราราตกก็จะตกตาม

ถึงอย่างไร บิตคอยน์ ถือเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนเป็นอย่างมาก มีการร่วงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเงินสกุลปกติ หรือการลงทุนในหุ้นที่เฉลี่ยต่อวันจะเปลี่ยนแปลงไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุนหรือเก็งกำไร ควรจะต้องศึกษาข้อมูลและหาความรู้เพิ่มเติมอย่างละเอียด ไม่เช่นนั้นอาจจะหมดตัวได้

    

 

post

กอดสุขภาพ

อาการเจ็บป่วยต่างที่เกิดขึ้นนำซึ่งความเครียดและความกังวลในผู้ป่วย รวมถึงความเครียดเองก็สามารถนำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงของโรคต่างๆได้เพราะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดน้อยลง ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความดันในเลือดสูงขึ้น การกอดเพื่อสุขภาพ จะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นได้ สุขภาพก็จะดีขึ้น จะช่วยรักษาภาวะโรคซึมเศร้า ลดความเครียด ทำให้สดใสมีชีวิตชีวา เป็นยาที่วิเศษที่ไม่มีผลข้างเคียง แต่ต้องเป็นกอดที่ออกมาจากใจ ทำด้วยความรักจริงๆ จึงจะส่งต่อเป็นความอ่อนโยน ที่เป็นธรรมชาติได้ดี

มีคำแนะนำ จากผู้เชี่ยวชาญว่า กอดวันละครั้ง ทำให้ห่างไกลจากการพบแพทย์ ซึ่งมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันคำกล่าวนี้มากมาย ดังนี้

ผลวิจัยทางคลินิกจากสถาบัน The Touch Research Institute ณ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์แห่งไมอามี สหรัฐอเมริกา (University of Miami School of Medicine) ได้ค้นพบว่า สัมผัสบำบัด หรือ Touch Therapy มีผลในการลดระดับความกังวลใจช่วยลดระดับฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียด ลดอาการซึมเศร้า ทำให้อารมณ์ดีขึ้น และบรรเทาอาการเจ็บป่วยให้ทุเลาลงได้ โดยทดลองใช้วิธีกอดในผู้ป่วยสูงอายุ พบว่า การกอดบำบัด ทำให้ผู้สูงอายุ มีสุขภาพที่ดีขึ้น มีความกระตือรือร้น มีความต้องการที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ มากขึ้น และช่วยบรรเทาความเจ็บปวดซึมเศร้า

กอดและสัมผัสช่วยทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตื่นตัวมีความเยือกเย็นลง นักประสาทวิทยาได้ให้สตรีที่สมรสแล้ว 16 คน มาอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเครียด แล้วให้อาสาสมัครชายที่มีความเป็นเพื่อนเข้ามาจับมือสตรีเหล่านั้น ผลสแกนพบว่าส่วนของสมองที่ตอบสนองต่อกิจกรรมอันตรายนั้นลดน้อยลง และได้ผลมากขึ้นไปอีกเมื่อผู้ที่ยื่นมือให้จับเป็นคู่สมรสของสตรีเหล่านี้ เอง ทั้งนี้เนื่องจากการที่จิตใจผ่อนคลายลงอาจเป็นเพราะมีใครบางคนอยู่ที่นั่น คอยช่วยเหลืออยู่ ส่วนการสัมผัสในรูปแบบอื่น เช่น การกอด, โอบไหล่ ก็ยังอาจช่วยลดความกระวนกระวาย และลดปริมาณฮอร์โมนความเครียดที่สมองผลิตลงได้

งานวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจในอังกฤษก่อนหน้านี้ พบความสัมพันธ์ระหว่างเอนไซม์ความเครียด ที่สามารถลดประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ โดยพวกเขาได้ศึกษาเอนไซม์ในเซลล์ไขมัน ที่ชื่อว่า “11 เอชเอสดี 1″ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลและจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง แสดงให้เห็นว่ายิ่งระดับเอนไซม์ตัวนี้สูงเท่าไร ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

เห็นมั้ยละว่าการกอดมีประโยชน์แค่ไหนเป็นวิธีง่ายๆที่สามารถทำได้กับคนที่เรารัก สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในครอบครัวและยังช่วยรักษาโรคได้

post

ระหว่างเงินกับความรัก เลือกอะไร?

นี่คงเป็นประโยคคำถามที่มีความเศร้าอยู่ในตัวอย่างไม่ต้องสงสัย ระหว่างเงินกับความรัก คุณจะเลือกอะไร คำตอบอาจจะต่างกันออกไป แต่คงจะเดาได้ไม่ยากเพราะบางอย่างก็มีคำตอบของมัน และบางทีบทความนี้อาจจะมีมุมที่เปลี่ยนความคิดของใครได้อีกหลายๆคน

ระหว่างเงินกับความรัก คุณจะเลือกอะไร?

จากคำถามที่ได้บอกว่าคงมีคำตอบอยู่ใสนตัวของมัน แบ่งได้เป็น2แบบคือ

-คนที่คิดว่ามีเงิกมากพอแล้ว ก็คงจะตอบว่าเลือกความรัก กับคนที่คิดว่ามีความรัก(ที่ดี)อยู่แล้วก็คงจะต้องตอบว่าเงิน เพราะคนเราคงต้องเลือกสิ่งที่ขาดอยู่แล้ว

-ส่วนอีกด้าน ถ้าใครเจ็บปวดหรือรู้สึกทุกข์กับสิ่งที่เลือกอีกสิ่งแทน เช่น คนที่รู้สึกว่าการหาเงินหรือเรื่องเงินทำให้ใจเราเป็นทุกข์ ก็อาจจะรู้สึกว่าความรักดีกว่าในขณะที่คนที่ทุกข์กับรักมามาก ก็จะเลือกเงินดีกว่าเหมือนกัน นี่เราย่อมเลือกสิ่งที่รู้สึกมีความสุขง่ายกว่า

บางทีก็ดูชัดเจนแต่ก็อาจมีคนรู้สึกแย้งว่า ด้วยค่านิยมของสมัยนี้แล้ว มันทำให้ใครๆก็ต้องเลือกเงินมากกว่าความรักอยู่แล้ว มันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ ซึ่งนั่นมันก็บอกอยู่แล้วเพราะเรายังรู้สึกขาดเงินไม่ได้หมายความว่าต้องจนหรือว่าขาดแคนอะไร เพียงแต่คิดว่ามันไม่มากพอที่จะตอบสนองในหลายๆด้าน จึงที่จะต้องการและเห็นความสำคัญอยู่ ไม่อย่างนั้นก็เพราะไม่เชื่อในเรื่องความรัก ก็อาจจะไม่คิดว่ามันจะมีความสุขได้ เพราะจากที่ผ่านๆมาหรืออะไรก็ตาม ที่ทำให้คิดได้ว่ายากที่จะหาสิ่งดีๆจากความรัก ซึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรเพียงเพราะแต่เป็นมุมที่มันค่อนข้างจะละเอียดอ่อนกว่า ยิ่งสังคมในปัจจุบันที่ดูเหมือนว่า ถ้ามีเงินก็จะมีความสุขได้มากกว่า หรือเลือกรักที่มันดูโง่ แต่ถ้าทบทวนดีๆสิ่งที่อยู่ในใจอาจจะไม่มีใครพูดออกมาได้ตรงๆแล้วก็ยังมีใครที่จะอยู่ได้โดยที่ไม่มีความรัก   มันไม่มีทางหรอกที่เราจะเลือกในทางใดทางหนึ่งที่เด็ดขาด ถ้าเราเลือกสิ่งหนึ่งไปก่อน เมื่อได้มาแล้วเราก็อยากที่จะหาอีกสิ่งหนึ่ง

ในมุมหนึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนไม่เคยคิดให้ดีกับคำตอบที่เรานั้นมีอยู่ในใจกันอยู่แล้ว สมมติว่า คุณเลือกเงินและมีมันมากพอ แต่ถ้าเกิดคนรักของคุณป่วยแบบที่จะต้องใช้เงินมหาศาล บางทีคุณอาจจะยอมที่จะทิ้งเงินไปเพื่อรักษาคนรักไว้ก็ได้ สมมติคุณเลือกที่จะรัก เมื่อถึงที่สุดของความลำบากในชีวิตคุณอาจทำให้คุณต้องทิ้งความรักนั้นไป เพื่อที่จะเลือกเงิน หรือเป็นฝ่ายเสียสละไปให้คนที่รักไปสบาย

มีคนไม่น้อย ด้วยเพราะความร่ำรวย สามารถมุ่งมั่นทำเพื่อบางสิ่งที่รัก หรือคนรักเป็นแรงผลักดันบัลดาลใจ

มีคนไม่น้อย ด้วยเพราะรักในบางสิ่ง หรือเพื่อคนรัก จุงมุ่งมั่นให้สำเร็จ ร่ำรวย

และนั่นไม่ว่าจะเป็นมุมไหน สองสิ่งนี้มักก็จะไปด้วยกันได้ ต้องทำความเข้าใจมันให้ดี เพราะว่ารักมักจะนิยามได้หลากหลาย และเงินก็กลายเป็นปัจจัยแห่งความสุขที่อาจจะไม่ได้หมายถึงเงินจริงๆก็ได้  ทั้งนี้ชีวิตที่ดีนั้นก็คือความพอดี ความสมดุลกันในทุกๆด้าน บางทีคำถามแบบนี้ไม่ควรที่จะเก็บมาใส่ใจ เพราะว่าเป็นคำถามที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

ปล. บางคนอาจบอกว่า คำถามนี้ ระหว่างเงินกับความรัก นี่เขามักหมายถึงแฟน หรือคู่ครอง ถ้ากรณี ก็ต้องบอกว่า คนรักที่ดีจริงก็ช่วยกันทำให้มีเงินได้ หรือ มีเงินไม่ต้องมีแฟนก็ได้ แต่ต้องไม่ขาดรักอยู่ดี ก็ต้องดูอีกทีว่ารักที่ทดแทนนั้นมันเพียงพอไหม ถ้า ขาดเมื่อไหร่ คำตอบใครคนนั้นก็จะเปลี่ยนไป อีกครั้ง.. (สรุป มันก็ต้องมี 2 อย่างอยู่ดี)

ปล.2 ทำไมมามีเรื่องความรักอะไรแนวนี้ได้ ก็ขอบอกว่า เราควรมีทัศนคติดีๆ ต่อทุกสิ่ง ซึ่งก็หวังว่าเป็นบทความดีๆ บทความน่าอ่านบทความหนึ่ง ซึ่งอ่านกันไปดูหลากหลายดี ขอกันมาได้ถ้าอยากให้เขียนหัวข้ออะไร (ที่จริงได้ยินละครถามมา)

post

แรงบันดาลใจหาได้จากที่ไหน

ในสังคมทุกวันนี้ คนเราทุกคนต้องทำให้ตัวเองมีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอยู่เสมอ แรงบันดาลใจสามารถสร้างขึ้นได้แต่มันก็หมดได้เช่นกัน หากใช้ชีวิตแบบไม่มีแรงบันดาลใจแล้วหละก็ คุณจะรู้สึกเบื่อ ทำอะไรก็ไม่สนุก และที่สำคัญคุณจะไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตอีกด้วย

การที่คนๆนึงไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องปรับทัศนคติกันหน่อย การใช้ชีวิตไปวันๆนั้นดูไม่ดีเอาเสียเลย หากวันไหนคุณรู้สึกหมดไฟ หมดแรงบันดาลใจ ทำไมคุณไม่ลองออกไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป ทำอะไรที่ไม่เคยทำดูหละ หลายคนบนโลกนี้ผันตัวมาเป็นนักเดินทางเพื่อหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ลาออกจากงาน ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆค้นหาสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้เห็นได้สัมผัส เพียงเพราะจะต่อแรงไฟแรงใจ ให้ชีวิตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

คำพูดที่ว่า ไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอกเป็นอย่างไร ดูแล้วอาจจะจริง ในขณะที่ยังเป็นวัยหนุ่มสาวคนเหล่านั้นจะมีไฟในการทำงาน แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างที่สุด แต่กลับกัน วัยผู้ใหญ่ปลายหรือชราต้นบางคนก็ไฟใกล้มอดแล้วใกล้ม้วยหมดแล้ว 

สาเหตุหลักที่ทำให้แรงบันดาลใจของคุณหายไปอาจมาจากการที่โดดกดดันเป็นเวลานาน ทำอะไรเดิมๆซ้ำๆเป็นเวลานานจนมันเกิดความชินชาและน่าเบื่อ บางทีคุณอาจจะเบื่อมันโดยที่ไม่รู้ตัวและมองข้ามความรู้สึกตัวเองอยู่เรื่อยๆ หากเป็นแบบนี้นานๆแรงบันดาลใจในชีวิตของคุณก็จะหายไปหมด 

แล้วเราจะหาแรงบันดาลใจได้จากที่ไหนหละ หรือนำมันกลับมาได้ไหม? คำตอบไม่ยากเลย ทุกๆสิ่งใหม่ที่คุณได้ลองทำ ทุกสิ่งใหม่ที่คุณได้มองเห็น มันจะก่อเกิดแรงบันดาลใจให้ตัวคุณเองอยู่เสมอ คุณอาจจะอยากกลับมาวิ่งอีกครั้งหลังจากแขวนรองเท้าไปแล้วกว่าสิบปีเพียงเพราะได้ออกไปเห็นคนที่ไม่รู้จักกำลังวิ่งอยู่ริมชายหาด หรืออาจจะอยากกลับมาเล่นกล้องฟิลม์อีกครั้งหลังจากที่ตอนวัยหนุ่มสาวไม่มีโอกาสได้เล่นเพราะไม่มีปัจจัยมากพอที่จะแบ่งไปซื้อในสิ่งที่ชอบได้  หากชีวิตตอนนี้มันน่าเบื่อนัก ลองพักให้เวลากับชีวิตคุณดู แล้วคุณจะได้เจออะไรใหม่ๆที่ทำให้ชีวิตคุณกลับมาสดใสขึ้นอีกครั้ง

แรงบันดาลใจใหม่ๆอยู่รอบตัวคุณ เพียงแค่ต้องเปิดตาเปิดใจลงมือทำสิ่งใหม่ๆให้ชีวิตไม่น่าเบื่อ อย่าปล่อยให้ชีวิตขาดสีสัน อย่าเผลอทำตัวเบื่อโลกในขณะที่โลกยังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่เคยได้รู้และได้สัมผัส บางทีหากคุณได้ลองออกไปเจอโลกกว้างมันอาจจะทำให้คุณหลงไหลในสิ่งเหล่านั้นและเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบเลยก็ได้

หากชีวิตได้มีแรงบันดาลใจอย่างไม่รู้จบเมื่อไหร่ แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นอะไรที่วิเศษมาก คุณจะอยากตื่นขึ้นมาเช้าๆทุกวันเพื่อเตรียมตัวจะออกไปทำในสิ่งที่คุณชอบ จะมีแรงผลักดันและมุ่งมั่งต่องานและทุกสิ่ง สิ่งที่จะได้ตามมาก็คืองานที่ออกมาดีเยี่ยม ทำให้หน้าที่การงานของคุณเจริญเติบโตก้าวหน้า อารมณ์ที่ออกมาดีมีความสุขในทุกๆวันหากชีวิตคุณเป็นอย่างแผนที่คุณวางไว้ 

แรงบันดาลใจไม่มีก็ได้ก็ไม่เห็นเป็นอะไร คำนี้ไม่ถูกต้อง แรงบันดาลใจคือจุดเริ่มต้นและก้าวแรกของทุกสิ่ง หากมีแรงบันดาลใจนั้นแล้วทุกสิ่งย่อมออกมาได้ดีเสมอ ไม่มีคำว่าสายไปสำหรับการหาแรงบันดาลใจใหม่ๆให้ตัวเอง ไม่ว่าจะค้นพบว่าตัวเองไม่มีแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในตอนที่อายุเท่าไหร่ ไม่มีคำว่าสายไปสำหรับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยสัมผัส ในตอนที่ยังมีแรงคิดคุณสามารถทำมันได้เสมอ