post

รีวิวรถไฟไทยขบวนรถนอนใหม่ 

             สายเที่ยวต้องได้ไปลองนั่งรถไฟใหม่ของไทยกันแล้ว วันนี้เราจะพาไปดูรีวิวเด็ดว่ารถไฟไทยมีอะไรแปลกใหม่กันบ้าง โดยรถนอนชุดใหม่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้บริการใน 4 เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ หนองคาย อุบลราชธานี และหาดใหญ่ โดยเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟในทุกที่นั่ง จอบอกข้อมูลการเดินทาง และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi บนขบวน

ราคาค่าโดยสารจะเริ่มต้นที่ 800 บาทถ้าเทียบค่าโดยสารช่วงโปรโมชันของสายการบินราคาประหยัด แต่รถไฟมีข้อได้เปรียบตรงที่มีที่นอนสะดวกสบาย ถึงปลายทางเช้าตรู่ ไม่ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปเช็กอินที่สนามบิน

หลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เปิดตัวขบวนรถนอนใหม่ 115 คัน ไปและปล่อยขบวน 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9 และ 10 อุตราวิถี’ กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23 และ 24 อีสานวัตนา’ กรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ ไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย อีสานมรรคา’ และกรุงเทพ-หาดใหญ่ ‘ทักษิณารัถย์’ เปิดให้บริการต้นเดือนธันวาคม

บอกเลยว่า หลังจากการโดยสารขบวนรถนอนใหม่ครั้งนี้ เราพบรายละเอียดและสิ่งอำนวยความสะดวกที่น่าสนใจทั้งหมด 9 ข้อ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นมาตรฐานใหม่ของรถไฟไทยก็ว่าได้

จอLED แบบทัชสกรีน

ที่สามารถสั่งอาหารให้เดินมาส่งอาหารและเครื่องดื่มได้ที่ห้อง เลือกชมรายการบันเทิง ทั้งภาพยนตร์และมิวสิกวิดีโอในช่องต่างๆโดยขอหูฟังจากพนักงานประจำตู้เพื่อรับชมความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

เราเดินทางถึงสถานีกรุงเทพก่อนเวลารถออกเล็กน้อย และขบวนรถกำลังจอ LEDดเทียบที่ชานชาลา ตัวรถใหม่ สะอาดอย่างดีทุกครั้งก่อนให้บริการ และที่สะดุดตาเราในครั้งแรกจากภายนอกคือ ป้ายบอกรายละเอียดขบวนและเลขตู้เป็นไฟพื้นสีดำ อักษรสีขาว ขึ้นสลับระหว่างภาษาไทยและอังกฤษ ส่วนระบบประตูได้มีการพัฒนาให้รองรับชานชาลาพื้นสูงเสมอระดับกับพื้นในตู้ขบวน และสามารถเคลื่อนกางออกเป็นบันไดเมื่อเปิดประตูได้สำหรับชานชาลาพื้นต่ำ 

รถโรงแรมเคลื่อนที่ พร้อมฟรี Wi-Fi

เมื่อเดินเข้าไปในตู้นอนชั้น 1 ประกอบด้วยห้อง 12 ห้อง แต่ละห้องจุผู้โดยสารได้ 1-2 คน ซึ่งระบบการจองตั๋วจะคัดเลือกให้ผู้โดยสารเพศเดียวกันอยู่ในห้องเดียวกันเสมอ เว้นมาจองด้วยกัน ระบบจะแจ้งเป็นเพศใดเพศหนึ่ง)ที่นั่งด้านในจะหันด้านสลับกันไปในแต่ละห้อง และสามารถเปิดที่กั้นระหว่างห้องได้ เหมาะสำหรับผู้โดยสารที่มากันเป็นครอบครัว และจองห้องติดกันแบบหันหน้าเข้าหากัน

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารนั้นก็มีหลากหลายมากขึ้นกว่าตู้รถนอนรุ่นเดิม ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือจอLED แบบทัชสกรีน ที่สามารถสั่งอาหารให้เดินมาส่งอาหารและเครื่องดื่มได้ที่ห้อง เลือกชมรายการบันเทิง ทั้งภาพยนตร์วิดีโอในช่องต่างๆ โดยขอหูฟังจากพนักงานประจำตู้เพื่อรับชมความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ผู้โดยสารสามารถเลือกดูข้อมูลการเดินทาง ซึ่งรถไฟขบวนนี้มีระบบจีพีเอสแบบเรียลไทม์ จึงสามารถบอกได้ว่ารถไฟวิ่งอยู่ที่ใด สถานีก่อนหน้าและสถานีต่อไปคืออะไร รถวิ่งที่ความเร็วเท่าไหร่ เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าจะไม่ลงรถไฟเลยป้าย และยังมีรายละเอียดการใช้ห้องน้ำและห้องอาบน้ำในตู้อยู่ที่มุมขวาล่างว่ามีผู้ใช้งานอยู่หรือไม่

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในห้องก็ยังมีกระจกแต่งหน้า เครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ พร้อมอ่างล้างหน้า, ปลั๊กไฟ พร้อมไฟส่องสว่างที่หัวนอน ช่องเสียบชาร์จแบบ USB, ปุ่มเปิด-ปิดไฟในห้อง และปุ่มเรียกพนักงาน  รวมถึงประตูห้องนอนมีผังแจ้งห้องต่างๆ ภายในตู้ และช่องตาแมว

และ สามารถใช้ Wi-Fi ได้ฟรี 45 นาที ต่อการเชื่อมต่อ 1 ครั้ง ทดลองเชื่อมต่อแล้วพบว่าเชื่อมต่อได้รวดเร็วดี สัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วมาตรฐาน 

ห้องน้ำระบบสุญญากาศ สะอาด ปลอดภัย 

สำหรับห้องน้ำขบวนรถนอนรุ่นใหม่นี้ ทาง รฟท. แจ้งว่าห้องน้ำเป็นระบบปิดทั้งขบวน ไม่มีการปล่อยสิ่งปฏิกูลลงบนทางรถไฟ โถสุขภัณฑ์เป็นระบบสุญญากาศ หลังจากกดชำระเพื่อทำความสะอาด สิ่งปฏิกูลจะถูกลมดูดหายลงไปในถังพัก นอกจากนี้ พื้นในห้องสุขาและห้องอาบน้ำเป็นพื้นยางกันลื่น เรียกได้ว่านอกจากจะสะอาดแล้ว ยังปลอดภัยอีกด้วย ซึ่งห้องสุขานี้จะมีอยู่

ตู้เสบียงกว้างสบาย มีขายมากกว่าอาหาร

ตู้เสบียง ในชุดขบวนรถนอนชุดใหม่นี้มีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน ทั้งส่วนของห้องครัว เคาน์เตอร์ขายอาหาร และที่นั่งรับประทานอาหาร  พบว่าเป็นแซนด์วิช อาหารกล่องแช่แข็ง และไส้กรอก และไม่มีระบบการปรุงสดจากในครัว เนื่องด้วยเหตุผลความปลอดภัยในการป้องกันอัคคีภัยจากการปรุงอาหาร)แต่เมนูอาหารมีหลากหลายกว่าเดิม

ที่นอนสุดแสนสบาย

พนักงานก็กำลังปรับเปลี่ยนจากที่นั่งเป็นที่นอน เบาะผ้ากำมะหยี่ที่นั่งสีชมพูเข้มก็ถูกปรับเป็นที่นอนกว้างขวางแสนสบาย และจากการขึ้นไปนอนบนเตียงก็พบว่าฟูกที่นอนนั้นไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป หมอนก็นุ่มสบายกำลังดี และอาการสั่นโยกเยกก็น้อยกว่าตู้โดยสารรุ่นเก่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใครที่นอนดิ้นแล้วกลัวว่าจะตกเตียง รถนอนในขบวนนี้ก็มีที่กั้นสเตนเลสให้อย่างแน่นหนา

ใหม่และปลอดภัยรอบด้าน

ความปลอดภัยระหว่างการเดินทางคือสิ่งสำคัญ รถไฟขบวนนี้ก็เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าหน้าที่คอยตรวจตราเป็นระยะ แต่ยังมี ผู้ช่วย อีกหลายรูปแบบที่จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับผู้โดยสาร

ไม่เพียงเท่านี้ ระบบเบรกของรถไฟขบวนนี้เป็นระบบดิสก์เบรก พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และวัสดุภายนอก-ภายในตู้โดยสารแบบไม่ติดไฟ เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้โดยสารว่าปลอดภัยอย่างรอบด้าน

มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการทั้งที่เก็บรถเข็นพร้อมรถวีลแชร์สำรองลิฟต์ยกรถเข็นจากชานชาลาเข้าสู่ตู้โดยสารรวมไปถึงการออกแบบพื้นตู้โดยสารแบบเสมอระดับ และไม่มีช่องว่างระหว่างข้อต่อขบวน

ราคาที่ยอมจ่าย

ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 800 กว่าบาทสำหรับรถนอนชั้น 2 และ 1,100 บาทขึ้นไปสำหรับชั้น 1

คุณได้ความสะดวกสบายในระหว่างการเดินทางในตอนกลางคืน ที่นอนที่นอนได้จริง ไม่ใช่แค่เบาะปรับเอน

คุณได้ถึงที่หมายในตอนเช้าตรู่อย่างสดชื่น ไม่ต้องตื่นตี 3 เพื่อไปเช็กอินที่สนามบินสำหรับเที่ยวบินรอบ 6 โมงเช้า และการออกเดินทางในช่วงเย็นหรือหัวค่ำเพื่อเดินทางข้ามคืนไม่ใช่อุปสรรคสำหรับคุณ

คุณได้ขึ้น-ลงระหว่างทาง ซึ่งการเดินทางไปสนามบินไม่สะดวกเท่า (รถไฟขบวนนี้จอดรายจังหวัดและอำเภอใหญ่ๆ

สามารถจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าสูงสุด 60 วัน หากไปจอง โปรดเตรียมระบุชื่อ และเลขประจำตัวประชาชนของผู้โดยสารทุกคนไว้ด้วย เพราะ รฟท. ทำประกันอุบัติเหตุให้กับผู้โดยสารทุกที่นั่ง

จองตั๋วรถไฟ เตรียมข้อมูลให้พร้อม แล้วบอกพนักงานว่าจะขึ้นที่ไหน ลงที่ไหน ไปเมื่อไหร่ รถประเภทอะไร แล้วเจ้าหน้าที่จะหาที่ว่างและออกตั๋วให้

รักษาตั๋วไว้ให้ดี การรถไฟ ไม่รับผิดชอบหากสูญหาย แต่คุณสามารถถ่ายภาพตั๋วเก็บไว้ได้ หากตั๋วหายก็สามารถไปแจ้งความ แล้วนำใบแจ้งความพร้อมภาพถ่ายตั๋วไปยังสถานีรถไฟเพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกตั๋วใหม่ให้ได้ อุ่นใจเรื่องตั๋วแล้วก็เตรีรยมตัวเดินทางกัน

 

post

เกลียดวันจันทร์ เป็นสัญญาณที่ไม่ดี

        มนุษย์เงินเดือนมักจะเบื่อวันจันทร์เหตุผลทั่วไป ก็เพราะเป็นวันแรกที่ต้องทำงาน คนที่ทำใจได้ว่ายังไงมันก็ต้องทำงานก็อาจเบื่อน้อยลงมาหน่อย เราหลายคนอาจมองว่าการเบื่อวันจันทร์เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็เป็นได้ บ้างเกิดบ่อย บ้างเป็นบางครั้ง บ้างเมื่อมาก แต่เชื่อหรือไม่ว่า การมีทัศนคติต่อวันจันทร์ยิ่งแย่เท่าไหร่ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตคุณมากเท่านั้น

        สำหรับคนที่คิดว่าบางทีมันก็แค่อารมณ์เบื่อๆ ไม่ได้เบื่ออะไรจริงจังนักหรอก ถ้าเพียงเท่านั้นจริงก็ดีไป แต่หากไม่หยุดแค่นั้น นานไปยิ่งเบื่อ ยิ่งขี้เกียจลุกมากเท่า ยิ่งเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างอันตราย หากย้อนนึกไปในวัยเด็กอาจพอเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าคนที่อยากไปโรงเรียนกับไม่อยากไปโรงเรียนจะมีอนาคตต่อผลการเรียนแน่นอนและชัดเจน นี่คือตัวอย่างที่เปรียบได้ว่าถ้าคุณเบื่อวันจันทร์นั่นคือคุณ กำลังเบื่องาน, เบื่อชีวิตความเป็นอยู่ หรือจะอ้างว่าเบื่อคนเบื่อระบบ เบื่อ อื่นๆ แต่แท้แล้วคือคุณไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้! และคุณยังต้องทำงานอยู่มิใช่เพื่ออนาคตคุณหรือตรองดูสิว่าเด็กเบื่อการเรียนสร้างผลการเรียนได้ดี คนเบื่อชีวิต จะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้หรือคนที่คิดว่ามันจะดีขึ้นได้สักวันก็มักไปในทางรอโชครอชะตา

เมื่อทำอย่างหนึ่งไม่ได้ ก็มักจะไปทำในสิ่งที่ทำได้แทน เช่นหาเรื่องเที่ยว ทำนั่นนี่ในวันหยุดโดยคิดว่ามันเป็นการชดเชย ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร แต่บางทีมันไม่ใช่การพักผ่อน เพราะส่วนลึกในใจคุณยังมีเรื่องงาน เรื่องสิ่งที่เบื่อวนอยู่ในใจ และมันกลายเป็นว่า เที่ยวเหนื่อยเลยไม่อยากไปทำงานวันจันทร์ ถ้าเที่ยวเหนื่อยแล้วทำไมไม่พักผ่อนคำตอบแท้จริงอาจกลายเป็นว่า.. ถึงพักผ่อนก็เบื่ออยู่ดี หรือพูดง่ายๆ มันไม่ได้เกี่ยวกันหรอก เพราะแท้จริงแล้วเราไม่ได้เบื่อวันจันทร์ แต่เบื่อมันทุกวันน่ะแหละเพียงแต่มันเป็นวันแรกที่ต้องเจอ

การเบื่อวันจันทร์ย่อมไม่ใช่สัณญาณดีนักในการทำงาน ลองปรับเปลี่ยนมุมมองให้มองว่าการมาทำงานก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ได้พบเจอทำอะไรใหม่ๆเพื่อให้รู้สึกสดชื่นในวันทำงานและพร้อมที่จะงานออกมาให้ดีได้อย่างแน่นอน 

 

รีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น “BTxjapan”

             

             สวัสดีค่า…เนื่องจากในช่วงกลางเดือน กพ. ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 เราได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่นกันมาาา ก่อนหน้านั้นเราเดินทางไปเที่ยวฮ่องกงกันมา ครั้งนี้เราคิดว่าอยากลองไปเที่ยวญี่ปุ่นกันสักครั้ง แต่ครั้งนี้เราไปกันแค่ 2 คน เลยคิดกันว่าไปแบบทัวรืดีกว่าทั้งง่ายและสะดวก ทั้งที่พัก อาหารการกิน และการเดินทาง   เพราะทริปฮ่องกงบอกเลยว่าเหนื่อยมากกกกกก เราเลยจองทัวร์ไปกับทัวร์ครับ โดยรวมคือดีค่ะ ไกด์ดี ที่พักดี ทริปแต่ละวันก็ดี

วันแรกที่ไปถึงก็ขึ้นรถบัสและเดินทางไปที่วัด ushiku daibuysu ที่วัดเงียบมากๆเหมือนแค่ทัวร์เราที่ไป เพราะช่วงนั้นโควิด

กำลังจะเริ่มระบาด ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ ร้านค้าเงียบแอบสงสารพ่อค้าแม่ค้าเหมือนกันแล้วเราก้เดินทางไปต่อ  Kawagoe saitama old town คนก็พอมีบ้าง เดินหาของกินเรื่อยๆ อากาศเย็นกำลังดี เสร็จแล้วเราก็กลับที่พัก ที่พักที่ญี่ปุ่นห้องค่อนข้างที่จะเล็กและแอบแคบ คือเปิดประตูเข้าไปเดิน 3 ก้าวถึงเตียง ห้องน้ำก็เล็ก เล็กไปหมดเดินเบียดกับแฟนสุดๆ

เก็บของที่พักเสร็จเราก้ลงมาเดินหาของกินกันแถวที่พักอาหารค่อนข้างจืด มีรสชาติเค็มอย่างเดียวแต่อร่อยนะอาหารกินได้มากกว่าฮ่องกง บางอย่างคืออร่อยไปเลย เสร็จแล้วเราก็เดินห้างกะหาของกินเล่นๆก็ไปเจอสวนสนุก ตอนกลางคืนคือสวยมากกก เดินไปถ่ายรูป2-3รูปก็กลับ เพราะอากาศแอบหนาวและฝนก็ตกปอยๆควันออกปากตัวแข้งไปหมด เราก็กลับที่พักกัน ตื่นเช้ามาวันที่ 2 เราเดินทางไปตลาดปลา Tsukiji ของกินเต็มไปหมดแต่จะเด่นเรื่องปลาแซลม่อน หอยเม่น ของสด คนก็มีแต่ไม่ได้เยอะมากไปกินแซลมอนถึงถิ่นสดมากๆ อร่อยเลยแหละ ต่อด้วยบุฟเฟต์ที่เมือง ueno night market .หลังจากอิ่มกันแล้ว

เราก็ไปตระเวรซื้อของฝากย่าน Ueno , ตึกม่วง ซึ่งไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลย ที่ต้องซื้อไว้ตั้งแต่วันนี้ ไปต่อกันที่สถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ที่ใครมาญี่ปุ่นก็ต้องมา นั่นก็คือ วัดเซ็นโซจิ บางคนก็เรียกวัดอาซากุสะ เนื่องจากมันอยู่ย่านอาซากุสะ ตรงนี้ก็จะเป็นถนนนากามิเสะ และด้วยจุดเด่นของวัดแห่งนี้นั่นก็คือ คามินาริมง (Kaminarimon Gate) ที่มีโคมแดงยักษ์ ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปที่นี่ จะมีเป็นจุดที่ตักน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย เราก็ทำตามๆไปเพื่อความเป็นสิริมงคล 555บริเวณวัดก็สามารถมองเห็น Tokyo Skytree ด้วยนะ ก็กลับที่พักกัน

ตื่นเช้ามาเราเดินทางไปภูเขาไฟฟูจิ วันนี้ภาวนาให้เมฆไม่เยอะเพราะเราจะเห็นภูเขา และพระเจ้าก็เป้นใจ เห็นภูเขาชัดมากจ้า ไกด์บอกเราโชคดีสุดๆเสร็จแล้วเราก็ไปที่ kawazu ไปดูดอกซากุระที่บานเร็วที่สุดในญี่ปุ่น คนเยอะมากกก ต้นซากุระก็เยอะเช่นกัน คนญี่ปุ่นส่วนมากมักพาน้องหมาไปเดินเล่นกัน น้องหมาน่ารักมาก และสะอาดมากเสร็จเราก็ไปเดินช้อปปิ้งที่ outlet ของเยอะมาก วิวสวยมากเพราะเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดมาก อากาศหนาว เดินช้อปกันแปปเดียวก็ได้เวลากลับ

คืนนี้พักแถวฟูจิกินบุฟเฟต์ขาปู ตื่นเช้าเดินทางไปภูเขาไฟฟูจิ หิมะตกจ้าแต่ตกเสร็จแล้วนะเหลือตามพื้นอากาศประมาณ 4 องศา ฝนตกปรอยๆ แล้วก็เดินทางไปกินอาหารกลางวัน อร่อยมากๆ มาทัวร์ก็ดีเหมือนกันอาหารอร่อยทุกอย่าง ถูกใจสุดๆ เสร็จเราก็เดินทางไปวัด narita เป็นวัดเก่าแก่โบราณ แล้วก้ถึงเวลาที่เราจะต้องเดินทางกลับ คุณแฟนแอบเซงเพราะนางทำตังค์ญี่ปุ่นหายจ้า รวมเป็นเงินไทยก็ประมาณ 6 พันกว่าบาท กลับไทยแบบหน้าบูดๆเพราะหายไม่รู้ตัว มารู้ตัวตอนซื้อของฝากที่สนามบินตอนจะจ่ายตังค์หาตังค์ไม่เจอกันเลยทีเดียวนาทีนั้น

ถือว่าฟาดเคราะห์ไป แล้วเราก็เดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัย รวมๆคือประเทศญี่ปุ่นสะอาด เป็นระเบียบ อาหารอร่อย ดีย์ไปหมดทุกอย่างเลยก็ว่าได้ เพื่อร่วมทริปดี ไกด์ดี สนุกมากๆ มีโอกาสก็อยากจะไปอีกครั้งนะ