post

ปัสสาวะบ่อยเป็นโรคอะไร

หากใครมีการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ บางคนปวดปัสสาวะ 2-3 ครั้งต่อชั่วโมง หรือต้องลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบ่อยๆ ถือเป็นโรคอย่างหนึ่ง เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

ภาวะปัสสาวะบ่อยเกินไป เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย บางรายไม่รู้ตัวว่าเป็นอยู่หรือไม่รู้ตัวว่า มีอาการส่อแววว่าเข้าข่ายโรคนี้ โดยผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยกว่าคนทั่วไป ทุกครั้งที่ปวดจะมีอาการรุนแรงที่ต้องเข้าห้องน้ำให้ได้ อาจปวดทุกชั่วโมงจนไม่เป็นอันทำอะไร แม้แต่ตอนกลางคืนก็นอนไม่ได้เพราะต้องลุกมาเข้าห้องน้ำทั้งคืน สร้างความทุกข์ทรมานและความรำคาญให้กับผู้ที่เป็น

ในภาวะคนปกติ เมื่อมีน้ำอยู่ในกระเพาะปัสสาวะในปริมาณครึ่งหนึ่งของกระเพาะปัสสาวะ คนทั่วไปจะเริ่มรู้สึกหน่วงๆ ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าปวด แต่หากเดินผ่านห้องน้ำก็อาจจะแวะเข้าห้องน้ำ เพื่อปลดความหน่วงนั้นทิ้งไป แต่ถ้ายังหาห้องน้ำไม่ได้ หรือติดภารกิจอื่นอยู่ จะยังไม่ขวนขวายที่จะเข้าห้องน้ำกระทั่งมีน้ำอยู่ในกระเพาะปัสสาวะจนเต็ม กระเพาะปัสสาวะจะเกิดการบีบตัวและปวดในที่สุด และเมื่อปวดคนปกติจะเข้าห้องน้ำและถ่ายปัสสาวะตามลำดับ

แต่ถ้าหากเป็นคนที่ผิดปกติหรือมีภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป จะรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยเกือบทุกชั่วโมง หากเป็นเวลากลางคืนจะนอนไม่เพียงพอเพราะต้องลุกมาเข้าห้องน้ำทั้งคืน ซึ่งกระเพาะปัสสาวะจะเกิดการบีบตัวทั้งที่น้ำยังไม่เต็มกระเพาะปัสสาวะ เมื่อขับถ่ายออกมาจะมีปริมาณน้อยสวนทางกับอาการปวด เพราะคนที่มีภาวะนี้ จะรู้สึกปวดหนักมากและต้องเข้าห้องน้ำให้ได้ และอาจกลั้นไม่อยู่จนต้องปล่อยราดออกมา

รู้จัก ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไป

สาเหตุที่แท้จริงของภาวะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สรุปได้ คร่าวๆ ได้ว่ามีบางอย่างรบกวนการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับระบบประสาทควบคุมที่ทำให้มีการบีบตัวไวเกินไป แต่อย่างไรก็ตามอาจมีโรคอื่นที่ไม่ใช่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน หากมีการพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจหาโรคอื่นก่อน เช่น ตรวจอาการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะว่ามีหรือไม่ ตรวจว่ามีเม็ดเลือดแดงปนอยู่ในกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ หรืออาจตรวจเลือดหาความผิดปกติ และตรวจดูการทำงานของไตว่า มีความบกพร่องหรือมีการกลั่นปัสสาวะบ่อยเกินไปหรือไม่

อาจต้องให้คนไข้จดบันทึกว่าภายใน 24 ชั่วโมง มีการดื่มน้ำเท่าไร ดื่มน้ำชนิดไหนบ้าง เช่น น้ำเปล่า น้ำส้ม กาแฟ เป็นต้น และดื่มในปริมาณเท่าไร มีการถ่ายปัสสาวะกี่ครั้ง เวลาไหนบ้าง มีอาการอื่นร่วมหรือไม่ เพื่อทำการประเมินต่อไป ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจดบันทึกคือ 3 วัน จากนั้นแพทย์จะประเมินจากข้อมูลเหล่านั้น เพื่อหาสาเหตุของการขับถ่ายปัสสาวะที่บ่อยกว่าคนปกติ เพราะในผู้ป่วยบางรายพบว่ามีพฤติกรรมดื่มน้ำบ่อยทั้งที่ร่างกายยังไม่ทันขาดน้ำ อาจเกิดจากอาการคอแห้งบ่อย ก็เป็นสาเหตุให้ปัสสาวะบ่อยกว่าคนปกติได้ หรือบางคนชอบทานผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากก็ทำให้ปัสสาวะบ่อยได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็ต้องรู้ก่อนว่าคนไข้มีพฤติกรรมอย่างไร จึงจะทำการรักษาได้ถูกจุด หากพบว่าเป็นที่พฤติกรรมก็ต้องให้คนไข้ปรับพฤติกรรมตนเอง และอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากภาวะบีบตัวไวเกินไปของกระเพาะปัสสาวะ

สังเกตได้ว่าการขับถ่ายแต่ละครั้งมีปริมาณเท่าไหร่  ซึ่งอาการปวดเกิดจากน้ำที่เต็มกระเพาะปัสสาวะ แตกต่างจากคนที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวกว่าปกติที่มักขับถ่ายออกมาในปริมาณน้อยเพราะขับถ่ายทั้งที่น้ำยังไม่ทันเต็มกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้อาจมีการตรวจร่างกายต่อไปเป็นลำดับ หลังจากจดบันทึกพฤติกรรมของผู้ป่วยแล้ว และยังหาสาเหตุไม่พบ

ส่วนใหญ่ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะโดยตรง เช่น การอักเสบ เรื่องของโรคในกระเพาะปัสสาวะ เช่น มีนิ่วหรือก้อนเนื้องอก หรือความผิดปกติของอวัยวะข้างเคียง เช่น ในผู้หญิงอาจมีความผิดปกติของมดลูก เรื่องของฮอร์โมนที่ขาดไป แต่เรื่องสำคัญที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกันที่ต้องทำการแยกแยะ คือความผิดปกติของระบบประสาทสั่งการทั้งสมอง ไขสันหลัง และส่วนต่างๆ ทั้งหมด

สาเหตุแท้จริงนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่ามีหลายอย่างมากระตุ้นได้ เช่น อุปนิสัย เครื่องดื่มบางชนิด การใช้ชีวิต อย่างเช่นบางคนอาจมีภาวะที่ต้องกลั้นปัสสาวะอยู่เรื่อย ๆ รวมถึงอาหารบางอย่างที่มีคุณสมบัติในการเร่งการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ เช่น กาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีรสจัด โซดา อาหารที่รสจัด เครื่องเทศ วาซาบิ เป็นต้น

ภาวะดังกล่าวสามารถพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่อาจพบที่ช่วงอายุต่างกัน ในผู้หญิงมักพบในวัยทำงาน วัยมหาวิทยาลัย แต่ในผู้ชายจะพบเมื่ออายุมากกว่าอาจมาจากต่อมลูกหมากโตหรือการทำงานของสมองเริ่มบกพร่อง

 

post

ผายลมบอกปัญหาสุขภาพ

ทำไมเราจึงผายลม กลิ่นของผายลมบอกอะไรเราได้บ้าง ไขข้อสงสัยที่เกิดจากการผายลมว่าแบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติ ทั้งจากกลิ่น จำนวนครั้ง หรือแม้แต่เสียงของผายลม ก็บอกปัญหาสุขภาพของเราได้

จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายว่า การผายลมเกิดขึ้นจากการระบายลมในลำไส้ ซึ่งเป็นผลมาจากการกลืนลมเวลาที่เรากลืนอาหาร กลืนน้ำลาย หรือจากการระบายแก๊สที่เกิดจากการย่อยอาหาร ในผู้ที่ผายลมมากๆ อาจเกิดจากแก๊สสะสมในกระบวนการย่อยอาหารที่มีแก๊สมาก เช่น

  • เครื่องดื่มน้ำอัดลม
  • อาหารพวกแป้งที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
  • พืชตระกูลถั่ว
  • การกินอาหารเร็วเกินไป

กลิ่นของผายลม

  1. ไร้กลิ่น เกิดได้จากการรับประทานโปรตีนน้อย
  2. มีกลิ่น เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน หรือผักที่มีกลิ่นแรง
  3. มีกลิ่นแรงมากผิดปกติ อาจเกิดจากการมีลำไส้ติดเชื้อแบคทีเรีย ลำไส้ที่มีอุจจาระค้างอยู่นาน หรือลำไส้อุดตัน

ควรผายลมกี่ครั้งต่อวัน

จำนวนครั้งที่ผายลมต่อวันอาจมากน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทาน และสุขนิสัยการขับถ่าย ตราบใดที่ไม่มีอาการแน่นท้องก็ถือว่าปกติ

นอกจากนี้ ถ้าสังเกตพบว่าผายลมน้อยกว่าปกติ หรือแน่นท้อง อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคลำไส้อุดตันได้

เสียงของผายลม

การผายลมที่มีเสียง เกิดจากการควบคุมลมในลำไส้ใหญ่ผ่านกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ถ้าลมในลำไส้มีมาก จะทำให้ผายลมมีเสียงดังได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

 

 

post

หลีกเลี่ยงดมควันธูปช่วงตรุษจีน

เราจะมาเตือนเลี่ยงดมสัมผัสควันธูป เผากระดาษช่วงตรุษจีน เสี่ยงกระทบระบบทางเดินหายใจสารก่อมะเร็งแนะช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะทำพิธีบูชาเทพเจ้า และแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการจุดธูปและการเผากระดาษเงินกระดาษทองรวมถึงสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ทำจากไม้หรือเศษไม้ไผ่

แต่การจุดธูปจะทำให้เกิดควันที่มีสารมลพิษต่างๆ อาทิ สารพิษทางอากาศ ก๊าซเรือนกระจก และสารก่อมะเร็งรวมไปถึงสารโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส ที่พบในขี้เถ้าธูปและขี้เถ้าของกระดาษเงินกระดาษทอง

ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับสารนั้น โดยเฉพาะประชาชน กลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคถุงลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคระบบหัวใจและ หลอดเลือด ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันธูปและควันจากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง และหลีกเลี่ยงการพักผ่อน หรือนอนหลับในห้องหรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองหรือใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดๆ ปิดปากปิดจมูก หรือแนะนำให้ใช้ธูปขนาดสั้นเพื่อให้เกิดควันระยะสั้น ส่วนการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ควรเผาทีละน้อยๆ และเผาในภาชนะที่มีฝาปิด เมื่อเสร็จพิธีการสักการบูชาควรดับไฟด้วยน้ำ ทันทีและภายหลังการสัมผัสควันธูปและกระดาษเงินกระดาษทองควรล้างมือ ล้างหน้า ล้างตาให้บ่อยขึ้น สำหรับศาลเจ้า ควรตั้งกระถางธูปหรือภาชนะสำหรับเผากระดาษเงินกระดาษทอง ไว้นอกอาคาร และเมื่อเสร็จพิธีแล้วต้องรีบดับไฟเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของควันและไอระเหยของสารพิษ

นอกจากนี้ การเลือกซื้อธูปกระดาษเงินกระดาษทอง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก และแสดงข้อความครบถ้วนโดยเฉพาะภาษาไทย เช่น วิธีใช้ การเก็บรักษา คำเตือนเพื่อความปลอดภัย ชื่อที่อยู่ผู้ผลิตและผู้นำเข้า ลักษณะภาชนะบรรจุอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีรอยฉีกขาด และควรซื้อเท่าที่จำเป็นเพื่อลดปริมาณมลพิษจากการเผา

 

 

post

น้ำแข็งปนเปื้อนความใสเย็นพร้อมภัยใกล้ตัว

     น้ำแข็งที่ช่วยให้ทุกคนดับกระหาย หารู้ไม่ว่าเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกปนเปื้อน ในร้านขายของชำ ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนแบกน้ำแข็งก้อนยักษ์ขึ้นบ่า มือที่สวมถุงมือผ้ากระชับแน่น ก่อนเดินอย่างคล่องแคล่วแล้วโยนลงในถังแช่ อีกคนลากกระสอบถุงปุ๋ยเทน้ำแข็งป่นลงถัง  น้ำแข็งเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานสารพัด ทั้งแช่หมู แช่ผัก แช่น้ำขวด ใส่แก้วให้ลูกค้า ทำน้ำแข็งใส ยันไอศครีม ใครจะเชื่อ กว่าจะถึงปากให้เคี้ยวกันอย่างเพลิดเพลิน อาจมีสิ่งสกปรกและเชื้อโรคปนเปื้อนชนิดที่เราคาดไม่ถึง

จากข้อมูลจากการประปานครหลวง ระบุว่า น้ำแข็งที่เราบริโภคกันอยู่นั้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ น้ำแข็งซอง หรือน้ำแข็งก้อนใหญ่นำมาทุบให้เล็กลงใส่เครื่องบดให้เป็นน้ำแข็งเกล็ด น้ำแข็งป่น เพื่อไปจำหน่ายต่อ เหมาะกับการแช่ของสด แช่น้ำขวด นำไปใส่แก้วให้ลูกค้า ทำน้ำแข็งใสใส่ขนมหวาน ส่วนอีกชนิดคือ น้ำแข็งหลอดสำเร็จรูป เป็นก้อนเล็กๆบรรจุใส่ถุงพลาสติกวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต สิ่งที่น่าวิตกกังวลอยู่ตรงขั้นตอนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน จากโรงงานที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงการขนส่งที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเรื่องความสะอาดเท่าที่ควร

ตั้งแต่โรงงานผลิตน้ำแข็งที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตน้ำแข็ง เครื่องตัดก้อนน้ำแข็งก็ใช้ใบมีดเป็นสนิม พวกโรงน้ำแข็งขนาดเล็กหลายแห่งมักมีคนงานยก ตัก โกย บรรจุลงถุง โดยไม่สวมเครื่องแบบมิดชิด บางคนไม่ใส่เสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น สวมแค่รองเท้าบูทยางเท่านั้น ถุงก็เป็นกระสอบขาวๆด่างๆไม่ต่างกับถุงปุ๋ย ถุงใหม่หรือถุงเก่าเคยใส่ข้าวสาร หรือสารเคมีมารึเปล่าก็ไม่รู้

ขั้นตอนจัดส่งยิ่งน่ากลัว ส่วนมากใส่รถบรรทุกคลุมด้วยผ้าใบ มีลูกจ้างนั่งทับมา บางคนขึ้นเหยียบไม่สนใจ พอถึงร้านก็ใส่ถุงมือเก่าๆแบกน้ำแข็งไปส่ง ลากกระสอบไปตามพื้น ยังไม่นับถังบรรจุน้ำแข็งของร้านค้าว่าสะอาดหรือเปล่า โดยเฉพาะน้ำแข็งป่น น้ำแข็งเกล็ด ถือว่าเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่างๆมากที่สุด

สอดคล้องกับการสำรวจของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ที่ระบุว่า ทั้งน้ำแข็งซองและน้ำแข็งหลอด มักมีการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ เช่น โคลีฟอร์ม อีโคไล ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมาจากสิ่งปฏิกูล ส่วนใหญ่ปนเปื้อนจากผู้ปฏิบัติงานที่สัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง และจากการขนส่ง

ขณะนี้ เมืองไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้น้ำดื่ม น้ำแข็ง และไอศกรีม กลายเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของประชาชน แต่หากขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษาที่ไม่ดี อาจเกิดการปนเปื้อนและการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์อย่างรวดเร็ว เช่น เชื้อซัลโมเนลล่า วิบริโอ อี.โคไล และ สแตฟฟิโลคอคคัสออเรียส ล้วนก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง

 ดูให้ดีก่อนบริโภคน้ำแข็ง

ยิ่งช่วงหน้าร้อนแบบนี้ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ต่อไปนี้คือคำแนะนำของภก.ประพนธ์ ในการสังเกตก่อนเลือกซื้อการเลือกซื้อน้ำดื่ม น้ำแข็ง และไอศครีมมาบริโภค

น้ำดื่ม ควรเลือกภาชนะบรรจุที่สะอาดและปิดสนิท ไม่รั่วซึมหรือมีรอยสกปรก ไม่มีร่องรอยการเปิดใช้ ลักษณะของน้ำที่บรรจุอยู่ต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีสี กลิ่น รสผิดปกติ

น้ำแข็ง หากเป็นน้ำแข็งหลอดบรรจุถุง ควรสังเกตรายละเอียดบนฉลากให้ครบถ้วน ต้องมีข้อความว่า ‘น้ำแข็งใช้รับประทานได้’ด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน

น้ำแข็งหลอด ที่ให้บริการภายในร้านค้าและร้านอาหารทั่วไป ควรสังเกตสถานที่เก็บและภาชนะบรรจุน้ำแข็ง ต้องถูกสุขลักษณะ ไม่มีการใส่น้ำแข็งปนกับอาหารประเภทอื่น ก้อนน้ำแข็งเมื่อสังเกตด้วยตาเปล่าต้องมีความใสสะอาด ปราศจากเศษฝุ่นละอองปะปน

น้ำแข็งซองหรือน้ำแข็งก้อน ควรซื้อมาบริโภคทั้งก้อน นำมาล้างน้ำก่อนทุบหรือบดแล้วนำใส่ในภาชนะบรรจุที่สะอาด

ไอศกรีม ภาชนะบรรจุต้องสะอาดและปิดสนิท ไม่ฉีกขาด สังเกตได้จากการที่ไม่มีไอศกรีมรั่วซึมออกมา

ไอศกรีมตัก ตัวไอศกรีมต้องไม่มีสี กลิ่น รส ที่ผิดปกติ และไม่เหลวหรือมีลักษณะเหมือนเคยละลายมาแล้ว รวมทั้งผู้บริโภคต้องดูสุขลักษณะของผู้ขายด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เล็บมือ การแต่งกาย ภาชนะที่ใช้ใส่ไอศกรีมก็ต้องสะอาดด้วย

สุดท้ายต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากแสดงรายละเอียดครบถ้วน ชัดเจน เช่น ชื่ออาหาร และชื่อที่ตั้ง สถานที่ผลิต เครื่องหมาย อย. พร้อมเลขสารระบบอาหาร 13 หลัก วันเดือนปีผลิตหรือวันหมดอายุ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต

 

 

post

ความเชื่อเรื่องการใช้ยา

เรามักมีความเชื่อผิดๆบ้างความเข้าใจเรื่องการใช้ยา เราจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับความเชื่อเรื่องการใช้ยาไปดูกันเลย

ความเชื่อยาฉีดมีประสิทธิภาพมากกว่ายากิน

ไม่จริงเสมอไป เพราะยาชนิดกินก็มีประสิทธิภาพในการรักษาเช่นกัน เพียงแต่ยาฉีดจะใช้สำหรับผู้ป่วยบางรายที่การทำงานของลำไส้หรือกระเพาะอาหารมีปัญหา ดูดซึมยาผิดปกติหรือติดเชื้อรุนแรง หรือในกรณีที่ต้องการให้ยาที่ออกฤทธิ์เร็ว  การใช้ยาฉีดจะดีกว่ายากิน เนื่องจากไม่ต้องรอให้ยาดูดซึมจนถึงระดับการรักษาของยา แต่ยากินจะมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่ายาฉีด

ความเชื่อว่ายาต่างประเทศมีประสิทธิภาพมากกว่ายาในประเทศ

ไม่จริง เพราะยาทุกชนิดไม่ว่าจะยาไทยหรือยาต่างประเทศ ก่อนวางจำหน่ายล้วนผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดและผ่านการรับรองแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา

ความเชื่อว่าการกินยาชนิดใดนานๆ จะมีผลต่อตับและไต

ขึ้นอยู่กับสภาวะของคนไข้ว่ามีปัญหาการทำงานของตับหรือไตหรือไม่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการใช้ยาที่ถูกวิธี ถูกขนาดหรือไม่ หากมีการใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ ก็อาจมีผลต่อตับหรือไตได้ หรืออาจได้รับผลข้างเคียงของยา

ความเชื่อว่าการกินยาชนิดใดนาน จะทำให้ดื้อยา

หากการกินยานั้นอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ปัญหาที่พบส่วนมากคือคนไข้ส่วนหนึ่ง หลังจากกินยาไปช่วงเวลาหนึ่งแต่ยังไม่ครบตามแพทย์สั่ง ก็หยุดกินยาเอง หลังจากนั้นหากมีการกลับมากินยาชนิดนั้นอีกครั้ง อาจทำให้ผลการรักษาไม่ดีนัก โดยเฉพาะยาโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องกินต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง ไม่ควรหยุดยาเอง ยกเว้นยารักษาตามอาการที่สามารถหยุดกินได้เมื่ออาการดีขึ้น เช่น ยาแก้ปวดท้อง ยาแก้ปวด ยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

ความเชื่อว่ายาแอสไพรินทำให้เลือดออกในสมอง

หากใช้ยาตามแพทย์สั่งไม่ทำให้เกิดปัญหา เพราะส่วนมากคนไข้ที่รับยามักมีการติดตามอาการกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแพทย์จะปรับยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย แต่ปัญหาของยาแอสไพรินคือมีผลข้างเคียงทำให้ระคายกระเพาะอาหาร ดังนั้นควรกินยาหลังอาหารทันที่ และดื่มน้ำตามปริมาณมาก เพื่อลดผลข้างเคียงดังกล่าว

การกินยาก่อนนอน สำหรับคนที่นอนไม่เป็นเวลา

ควรกินยาเวลาเดิมทุกวัน เช่น หากกินยาตอน 2 ทุ่มก็ควรกินเวลานั้นทุกวัน แม้จะไม่ได้นอนตอน 2 ทุ่มทุกวันก็ตาม ควรกำหนดเวลาเอาไว้แล้วกินเวลาเดิม เพื่อให้ระดับยาคงที่ ทำให้ยาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการกินยาไม่ตรงเวลา

ความเชื่อว่ากินยาแล้วกลิ่นและสีของปัสสาวะผิดปกติ แสดงว่ายาออกฤทธิ์ดี

ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ทำให้ปัสสาวะสีน้ำเงิน ทำให้ปัสสาวะสีแดง หรือวิตามินบีรวม ทำให้ปัสสาวะกลิ่นเหมือนยา ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะของตัวยา ไม่อันตรายแต่อย่างไร  ยกเว้นยาบางชนิดการที่ปัสสาวะมีลักษณะผิดปกติ อาจแสดงถึงความอันตราย เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากกินแล้วปัสสาวะมีสีแดง มีจ้ำเลือดตามใต้ผิวหนัง แสดงว่าระดับยาสูงกว่าปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที

การเลือกใช้ยาในปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสมก็คงจะไม่ส่งผลต่อสุขภาพแน่นอน

 

post

กินคลีนยังไงให้ผอม

อาหารคลีนก็คือ อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่ง เป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงรสใดๆ มากเกินไป และไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง ซึ่งการปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักในปริมาณเยอะๆ แต่ทานอาหารครบทุกหมู่ในปริมาณที่เหมาะสม และด้วยอาหารคลีนฝ่านการปรุงแต่งมาน้อย เน้นธรรมชาติของอาหารเป็นหลัก จึงช่วยส่งผลดีต่อการลดความอ้วน ลดไขมัน ซึ่งหากเราทานอาหารคลีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกายลดน้ำหนัก ก็จะทำให้น้ำหนักลดลงได้เร็วขึ้นอีกด้วย

กินคลีนอย่างไรช่วยลดน้ำหนักได้ผลเร็ว

โดยให้เลือกกินไขมันและคาร์โบไฮเดรต ที่เป็นไขมันดีต่อร่างกาย เช่น ไขมันจากปลาหรือคาร์โบไฮเดรตจากข้าวซ้อมมือกับขนมปังโฮลวีต แทนการรับคาร์โบไฮเดรตจากแป้งสาลี และรับไขมันจากหมูสามชั้น นอกจากนี้การทานไขมัน โปรตีนควบคู่กับคาร์โบไฮเดรต ยังมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นจึงไม่ควรหลีกเลี่ยงที่จะทาน

กินครั้งละน้อยๆ แต่กินบ่อยๆ

วิธีลดน้ำหนักโดยการทานคลีน ในหนึ่งวันให้แบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อ จัดเป็นมื้อเล็กและทานในปริมาณที่ไม่มาก โดยอาจจะแบ่งเป็นมื้อหลังตื่นนอน มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อบ่าย มื้อเย็น ซึ่งในมื้อบ่าย อาจจะจัดเป็นมื้อของโยเกิร์ต สลัดผลไม้ สลัดผัก หรือธัญพืชถ้วยเล็กๆ และถึงแม้อาหารคลีนจะช่วยในการลดน้ำหนัก เราจะต้องไม่ลืมว่าทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งการแบ่งออกเป็น 5-6 มื้อ จะช่วยในการควบคุมอาหารได้ดีกว่า และช่วยลดอาการหิวจากการทานในปริมาณที่น้อยลงในระหว่างวันได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งนี้ในการควบคุมปริมาณอาหาร ต้องให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเป็นสำคัญ หากทานน้อยไปร่างกายก็อาจขาดสารอาหารได้ ทานเยอะไปร่างกายใช้พลังงานไม่หมดก็อ้วนขึ้น

กินอาหารคลีนให้ได้ทุกมื้อ ถ้าไม่ครบให้เน้นที่มื้อเย็นเป็นหลัก

อาหารคลีนสารอาหารที่ครบถ้วน มีการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีแต่ความปลอดภัย มีกรรมวิธีในการประกอบและปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพของคนเรา ดังนั้นจึงควรทานให้ครบทุกมื้อก็จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่สะดวกในการทานอาหารคลีนทุกวัน ให้เน้นหลักๆ ที่มื้อเย็น เพราะอาหารคลีนเป็นอาหารที่ให้พลังงานน้อย จึงไม่เกิดสะสมในช่วงเวลาที่กำลังนอนหลับ แต่ก็ควรออกกำลังกายลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องเป็นประจำร่วมด้วย เพื่อการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด

การกินอาหารคลีนลดน้ำหนักนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน คนไหนอยากมีหุ่นสวยรวดเร็วทันใจ อย่าลืมเลือกกินอาหารคลีนเพื่อสุขภาพควบคู่กับการออกกำลังกายลดน้ำหนักอย่างเป็นประจำ รับรองหุ่นสวยภายในเวลาไม่นานแน่นอน

เมนูแนะนำในการกินคลีน เช่น สลัดไก่ อกไก่ ข้าวไรซ์เบอรรี่ ข้าวกล้อง ไข่ ตระกูลลถั่ว ผักและผลไม้ เป็นต้น

 

post

อันตรายจากโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) 

              หน้าร้อนใครๆก็รู้ดีว่ามันช่างเป็นหน้าที่ไม่อภิรมย์เอาซะเลย อากาศร้อนไหนจะส่งผลต่ออารมณ์ที่ทำให้หงุดหงิดงุ่นง่านแล้วยังแฝงไปด้วยอันตรายที่มาพร้อมกับความร้อนคือโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ที่ส่งผลกับสุขภาพของเราอีกด้วย

หมอได้แนะให้รับมืออากาศร้อนจัดให้อยู่ในที่ร่มหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รองอธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่าจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงนี้ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาโดยเฉพาะโรคฮีทสโตรก Heat Stroke หรือโรคลมแดด ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและได้รับความร้อนมากเกินไปทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของสมองในส่วนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำให้มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน40องศาเซลเซียสซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมองอาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตได้

              สัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงโรคฮีทสโตรกคือไม่มีเหงื่อออกแม้ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนใบหน้าจะตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆรู้สึกกระหายน้ำมากๆวิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน  เกร็งกล้ามเนื้อ ชัก มึนงง สับสน  รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัว  ลดน้อยลง อาจหมดสติ หัวใจเต้นเร็วแต่แผ่วเบา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องทันเวลาอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้

ซึ่งแตกต่างจากอาการเพลียแดดทั่วๆไปที่จะมีเหงื่อออกด้วย สำหรับผู้ที่มี ความเสี่ยงในการเกิดโรคฮีทสโตรกคือผู้สูงอายุเด็กผู้ที่อดนอน ผู้ที่ดื่มเหล้าจัดผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นและผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน รวมถึงนักกีฬา และทหารที่เข้ารับการฝึก โดยไม่มีการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

สำหรับการป้องกันโรคฮีทสโตรกก็คือการดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้าน ในวันที่มีอากาศร้อนจัด  ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายอุณหภูมิความร้อนได้ดีและป้องกันแสงแดดได้ และหากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกลางสภาพอากาศร้อนควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ1ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม และแม้จะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัดโดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกายหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาเสพติดทุกชนิด หากเกิดอาการให้คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบ ตามซอกลำตัว คอ รักแร้  เชิงกราน ศีรษะ เพื่อระบาย ความร้อนร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน ราดน้ำเย็นลงบนตัว เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง ให้ดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทน แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

อย่าลืมดูแลป้องกันตนเองจากโรคกันด้วยนะ