ดนตรี สำหรับลูกน้อย มีความสำคัญอย่างไรต่อพัฒนาการของลูกน้อย




พัฒนาการของลูกน้อยต่อการฟังดนตรี ดีอย่างไร ?

นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ 16 ทารกในครรภ์เริ่มพัฒนาประสาทสัมผัสทางด้านการฟัง เมื่อคลอดออกมาแล้วพัฒนาการด้านการฟังของลูกยังคงดำเนินต่อไป คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เสียงเพลงและเสียงดนตรี ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกให้ก้าวหน้าได้ค่ะ

ดนตรีและเสียงเพลง มีประโยชน์มหาศาลสำหรับพัฒนาการของลูกน้อย จากการวิจัยเสียงเพลงที่เหมาะสำหรับทารก คือ ดนตรีและเสียงที่มีระเบียบแบบแผน หมายถึง การใช้ท่วงทำนองจังหวะ เมโลดี้ ที่เป็นระเบียบ ฟังสบาย เช่น เพลงคลาสสิก โมสาร์ท เสียงดนตรีเป็นคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผลกับสมองและอารมณ์โดยตรงของทารก

ดังนั้นการเลือกดนตรีหรือเพลงที่มีคลื่นเสียงที่เป็นระเบียบ จะส่งผลให้คลื่นสมองทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบช่วยสร้างสมาธิ ส่งผลต่อการพัฒนาคลื่นสมอง และระบบการคิดที่ดี ตรงกันข้ามเสียงเพลงที่มีลักษณะท่วงทำนองรุนแรง ไม่เป็นจังหวะ หรือเสียงเพลงที่มีเสียงร้องสูงต่ำ หรือตะโกนโหวกเหวกจะเป็นคลื่นเสียงที่ไม่เป็นระเบียบ

เพลงคลาสสิกดีต่อทารกอย่างไร ?

การกระตุ้นโดยดนตรี และเสียงเพลงที่มีระเบียบแบบแผน อย่างเพลงคลาสสิกของโมสาร์ท มีผลให้สมองและการฟังของทารกมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเพลงคลาสสิก คือ เสียงเพลงผ่านการแต่งทำนอง และเมโลดี้อย่างพิถีพิถันและมีคลื่นเสียงที่เป็นระเบียบ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ ส่งผลให้ทารกเกิดความพึงพอใจและพัฒนาความสามารถในการรับฟังของทารก

งานวิจัยเสียงดนตรีคลาสสิก งานวิจัยเกี่ยวกับ การฟังเพลงของโมสาร์ท โดยคุณหมอที่ศูนย์การแพทย์ Tel Aviv ในอิสราเอล เปิดให้เด็กทารก 20 คน ที่คลอดก่อนกำหนดและอยู่ในการดูแลของแพทย์ฟังวันละครั้ง ครั้งละ 30 นาที พบว่าหลังจากฟังดนตรีแล้ว เด็กทารกที่เกิดก่อนกำหนดกลุ่มนั้น จะสงบลงและใช้พลังงานน้อยลงกว่าเด็กทารกกลุ่มที่ไม่ได้ฟังดนตรี นักวิจัยบอกว่า เมื่อเด็กทารกใช้พลังงานน้อยลง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แคลอรี่ จำนวนมากในการเจริญเติบโต เด็กที่เกิดก่อนกำหนดเหล่านั้น จึงมีน้ำหนักตัวมากขึ้นและแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ของลูกน้อยที่ได้ฟังเพลง

เด็กทารกที่ได้ฟัง ดนตรีเป็นประจำ จะรู้สึกสบายและช่วยลดความเครียดลดอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยให้เด็กทารกสงบลงได้ เสียงเพลงหรือเสียงดนตรีจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกขวา และส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอ่านได้รับการกระตุ้นไปด้วย ตัวโน้ตและจังหวะเคาะที่คล้ายกับการอ่านหนังสือแต่ละตัว ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้ายที่เกี่ยวกับเหตุผลและภาษา

เสียงเพลงจังหวะสนุกๆ ที่ฟังแล้วชวนให้ขยับตัวไปมา แล้วการที่หนูน้อยโยกตัวไปมาตาม หรือเต้นตามจังหวะตามเพลงนั้นๆ ก็เป็นการออกกำลังกายอย่างดีที่ช่วยให้กล้ามเนื้อของเจ้าหนูแข็งแรง

หลังการเลือกเพลง สำหรับลูกน้อยวัยขวบปีแรก
เสียงดนตรีที่ลูกน้อยควรได้รับฟังนั้น ควรเลือกให้เหมาะสมกับพัฒนาการด้านการฟังในแต่ละช่วงวัยดังนี้

ลูกน้อยวัย 1-3 เดือน
เลือกเพลงสบาย ๆ ช้า ๆ จังหวะคงที่ ซึ่งควรเป็นเสียงดนตรี บรรเลงที่มีความนุ่มนวล อ่อนโยน จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ

ลูกน้อยวัย4-6 เดือน
เลือกเสียงเพลง ทุ้ม ๆ นุ่มนวล ในช่วงวัยนี้ลูกสามารถเรียนรู้จังหวะได้มากขึ้น ตอบสนองต่อจังหวะและทำนอง เมื่อได้ยินจังหวะที่ชื่นชอบจะแสดงความพึงพอใจ เช่น ผงกศีรษะ หรือโน้มตัวลงตอบสนองต่อเสียงดนตรี

ลูกน้อยวัย 7-9 เดือน
เลือกเพลงที่มี จังหวะสนุกสนานสลับกับเพลงสบาย ๆ ช้า ๆ ที่เปิดในช่วงแรก เพราะช่วงนี้ลูกจะมีพัฒนาการทางร่างกายเพิ่มขึ้น เช่น เริ่มส่ายหัวขยับแขนและมือตามจังหวะเพลง เริ่มจำทำนองเพลงได้ ซึ่งต้องสังเกตอารมณ์และความต้องการของลูกด้วย

ลูกน้อยวัย 10-12 เดือน
เลือกเพลงที่เป็น คำคล้องจองที่มีเนื้อร้องสั้น ๆ ง่าย ๆ ในวัยนี้ลูกมีพัฒนาการทางภาษามากขึ้น และเริ่มออกเสียงเป็นพยางค์ได้บ้างแล้ว ลูกจะพยายามส่งเสียงเลียนแบบเสียงที่ได้ยินและแสดงท่าทางต่าง ๆ ตามเพลงได้มากขึ้น

ข้อควรระวัง ในการเปิดเพลงให้ลูกฟัง

-หลีกเลี่ยงการเปิดเพลงที่เสียงดังเกินไป เพราะประสาทการรับเสียงของลูกจะถูกทำลายทารกในช่วงวัน 1-3 เดือนนั้น ยังไม่ควรเปิดเพลงที่มีเสียงร้อง เพราะเสียงร้องอาจรบกวนสมาธิและการนอน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ถนัดฟังเพลงคลาสสิก สามารถเลือกใช้เพลงที่มีจังหวะและทำนองเบา ๆ ฟังสบาย ๆ ได้ เช่น เพลงพื้นบ้าน ไทยเดิม หรือเพลงสากล เพลงกล่อมเด็กก็ล้วนมีประโยชน์

ดังนั้นควรให้ลูกน้อยได้รับฟังดนตรีหลากหลายประเภท แล้วสังเกตว่าลูกชอบฟังดนตรีแบบไหนมากที่สุด คุณพ่อคุณแม่อาจร้องเพลงนั้นให้ฟังบ่อย ๆ หรือจะเปลี่ยนเนื้อเพลงไปบ้างเพื่อให้ลูกรู้สึกแปลกใหม่อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกมีเสียงดนตรีในหัวใจอีกด้วย

 

Related Post

การใช้เสียงดนตรีเสริมพัฒนาการลูกน้อยการใช้เสียงดนตรีเสริมพัฒนาการลูกน้อย



ดนตรีนั้นเปรียบเหมือนของขวัญจากสรวงสวรรค์ เพราะดนตรีช่วยจรรโลงจิตใจของผู้คนทุกเพศทุกวัย ทำให้รู้สึกมีความสุข สนุกสนาน ผ่อนคลาย หรือแม้แต่ดนตรีที่มีทำนอง เนื้อหาเศร้าก็ยังช่วยระบายความรู้สึกภายในจิตใจลึก ๆ ออกมาได้ ช่วยให้หายเก็บกดหายเครียด ดนตรียังมีประโยชน์มากสำหรับเด็ก ๆ มีผลต่อการเสริมพัฒนาลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่เมื่อลูกน้อยยังเป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดาตั้งแต่เข้า เดือนที่ 5 ในการตั้งครรภ์ อวัยวะต่าง ๆ ของทารกได้ก่อกำเนิดครบแล้ว เป็นช่วงเวลาที่อวัยวะในส่วนของการฟังคือหูเริ่มมีการทำงาน ทารกน้อยจะได้ยินเสียงภายนอกร่างกายแม่ได้ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเดือนที่ 6 ทารกจะสามารถมีปฎิกิริยาต่อเสียงได้ด้วย หากได้เปิดดนตรีให้ฟังในช่วงนี้โดยเฉพาะดนตรีที่มีท่วงทำนองสดใสรื่นเริงนุ่ม ๆ เช่นดนตรีคลาสสิค จะช่วยให้เครือข่ายใยประสาทในส่วนการได้ยินพัฒนาไดดีเป็นอย่างมาก

หลีกเลี่ยงดมควันธูปช่วงตรุษจีนหลีกเลี่ยงดมควันธูปช่วงตรุษจีน



เราจะมาเตือนเลี่ยงดมสัมผัสควันธูป เผากระดาษช่วงตรุษจีน เสี่ยงกระทบระบบทางเดินหายใจสารก่อมะเร็งแนะช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะทำพิธีบูชาเทพเจ้า และแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการจุดธูปและการเผากระดาษเงินกระดาษทองรวมถึงสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ทำจากไม้หรือเศษไม้ไผ่ แต่การจุดธูปจะทำให้เกิดควันที่มีสารมลพิษต่างๆ อาทิ สารพิษทางอากาศ ก๊าซเรือนกระจก และสารก่อมะเร็งรวมไปถึงสารโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส ที่พบในขี้เถ้าธูปและขี้เถ้าของกระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับสารนั้น โดยเฉพาะประชาชน กลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคถุงลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคระบบหัวใจและ หลอดเลือด