เสียงดนตรีเสริมพัฒนาการของเด็ก



เสียงดนตรี หรือเสียงเพลงที่เราฟังกันอยู่ทุกๆ วัน นอกจากจะไพเราะ และทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ มีความสุขแล้ว สำหรับเจ้าตัวเล็กปฐมวัย 2-8 ขวบ เสียงดนตรียังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กให้กับลูกน้อยอีกด้วยนะ

ประโยชน์ของ เสียงดนตรี ต่อพัฒนาการเด็ก

1.ช่วยพัฒนาทางร่างกาย
การใช้จังหวะและเสียงเพลง รวมทั้งการปรบมือและการเคาะ จะช่วยส่งเสริมให้เค้ามีความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการควบคู่ไปกับการพัฒนาของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเค้าสามารถเต้นได้แล้ว จะเป็นการฝึกทักษะในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ อย่างแขนและขา รวมทั้งการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกาย
2.ช่วยพัฒนาสมองให้เจ้าตัวน้อย
การฟัง เสียงดนตรี หรือเพลง จะทำให้เค้ามีสมาธิ ซึ่งมีอิทธิพลต่อทักษะในด้านการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ของเค้า และยังส่งเสริมจินตนาการที่สดใส โดย รศ.ดร.ณรุทธ์ สุทธิจิตต์ หัวหน้าภาควิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวเอาไว้ว่า “อิทธิพลของเสียงดนตรีที่ดีมีส่วนอย่างยิ่งในการสร้างเสริมและพัฒนาการหลายด้านของเด็ก”

กิจกรรมเสริมพัฒนาการลูกน้อย
1.เรียนรู้คำศัพท์จากเนื้อเพลง
การที่ลูกน้อยได้ฟังเพลง สมองของเค้าจะสามารถจดจำคำต่างๆ ในเนื้อเพลงได้ดี เพราะฉะนั้นนี่เป็นโอกาสดีเลยล่ะ ที่เราจะสอนเค้าเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ผ่านคำในเนื้อเพลง เช่น เพลงแมงมุมลาย แม่ๆ สามารถสอนให้เค้าได้รู้จักกับแมงมุมไปด้วยได้เลย หรืออาจจะชวนเค้าวาดรูปสิ่งต่างๆ ที่ได้ยินในเพลง ก็จะช่วยพัฒนาทักษะด้านศิลปะได้ด้วย
2.ส่งเสริมให้เจ้าตัวเล็กเล่นดนตรี
ให้ลูกได้ลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ให้ลูกน้อยได้ลองเล่นดนตรีชนิดต่างๆ เพื่อฝึกสมาธิ และค้นหาตัวเอง
3.พาลูกน้อยไปเปิดหูเปิดตาไปชมการแสดงต่างๆ
กิจกรรมนี้จะช่วยให้เค้าได้แสดงออกทางความคิด และพัฒนาการด้านความรู้สึก
4.ออกแบบท่าเต้น
เมื่อคุณแม่เปิดเพลงมีจังหวะสนุกๆมันๆ และปล่อยให้เค้าได้เต้นตามจังหวะในแบบของตัวเอง อาจจะลองให้เค้าทำท่าต่างๆ จากคำที่ได้ยินในเพลงก็ได้นะคะ จะช่วยให้เค้าได้พัฒนากระบวนการคิด การรับรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความมั่นใจในตนเองได้
เพลงมีผลต่อพัฒนาการเด็กต่างกันไหม?
สำหรับเด็กปฐมวัย 2 – 8 ขวบ จะมีการตอบสนองที่แตกต่างกัน
เพลงที่มีจังหวะเร็ว : กระตุ้นความสนใจและความตื่นเต้นให้เค้า
เพลงที่มีจังหวะช้า : จะทำให้รู้สึกความสงบ ผ่อนคลาย และเสริมสร้างสมาธิได้ค่ะ

สุดท้ายนี้ เสียงเพลงก็มีประโยชน์มากมายจริงๆ นอกจากจะให้ความสุขกับผู้ใหญ่ได้แล้ว ยังช่วยพัฒนาการเด็กในด้านต่างๆ อีกด้วยนะ รู้แบบนี้แล้วแม่ๆ อย่าลืมชวนเจ้าตัวเล็กทำกิจกรรมสนุกๆ กับเสียงดนตรีในเวลาว่างกันล่ะคะ ถือเป็นการใช้เวลาร่วมกันภายในครอบครัวด้วยนะ แต่ในบางครั้ง การทำกิจกรรมสนุกๆ อาจจะมาพร้อมคราบเลอะ เช่น การวาดภาพประกอบเพลง การเต้นเข้าจังหวะ

 

Related Post

ดนตรีบำบัดดนตรีบำบัด



“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดาน เป็นคนชอบกลนัก” บทประพันธ์นี้อยู่ในเรื่อง “เวนิสวาณิช” พระราชนิพนธ์แปลในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จาก “The Merchant of Venice” ของ William Shakespeare ดนตรีมิใช่มีเพื่อนำความสุข ความสุนทรีย์ในอารมณ์มาสู่ผู้เล่นและผู้ฟัง หรือทำให้เกิดความเพลิดเพลิน ไพเราะเสนาะหูเท่านั้น ดนตรียังให้อะไรมากกว่าที่คิด หลายท่านคงได้ยินคำว่า “ดนตรีบำบัด” มาแล้ว ดนตรีบำบัด (music therapy) คือ การใช้กิจกรรมทางดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการฟังหรือเล่นดนตรี

ดนตรี สำหรับลูกน้อย มีความสำคัญอย่างไรต่อพัฒนาการของลูกน้อยดนตรี สำหรับลูกน้อย มีความสำคัญอย่างไรต่อพัฒนาการของลูกน้อย



พัฒนาการของลูกน้อยต่อการฟังดนตรี ดีอย่างไร ? นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ 16 ทารกในครรภ์เริ่มพัฒนาประสาทสัมผัสทางด้านการฟัง เมื่อคลอดออกมาแล้วพัฒนาการด้านการฟังของลูกยังคงดำเนินต่อไป คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เสียงเพลงและเสียงดนตรี ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกให้ก้าวหน้าได้ค่ะ ดนตรีและเสียงเพลง มีประโยชน์มหาศาลสำหรับพัฒนาการของลูกน้อย จากการวิจัยเสียงเพลงที่เหมาะสำหรับทารก คือ ดนตรีและเสียงที่มีระเบียบแบบแผน หมายถึง การใช้ท่วงทำนองจังหวะ เมโลดี้ ที่เป็นระเบียบ ฟังสบาย เช่น เพลงคลาสสิก โมสาร์ท เสียงดนตรีเป็นคลื่นเสียงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผลกับสมองและอารมณ์โดยตรงของทารก ดังนั้นการเลือกดนตรีหรือเพลงที่มีคลื่นเสียงที่เป็นระเบียบ จะส่งผลให้คลื่นสมองทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบช่วยสร้างสมาธิ ส่งผลต่อการพัฒนาคลื่นสมอง และระบบการคิดที่ดี ตรงกันข้ามเสียงเพลงที่มีลักษณะท่วงทำนองรุนแรง ไม่เป็นจังหวะ