จิตวิทยาดนตรี คืออะไร และจะนำวิชาความรู้นี้ไปต่อยอดเกี่ยวกับเพลงได้ยังไง




จิตวิทยาดนตรีเป็นอย่างไร ?

จะเข้าใจคำว่า “จิตวิทยาดนตรี” ได้ พวกเราจะต้องรู้เรื่องความหมายของคำว่า “จิตวิทยา” กันก่อน

จิตวิทยา หรือ psychology ก็คือการศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับจิตใจแล้วก็การกระทำ

ซึ่งมีแยกเป็นหลายสาขาย่อยอาทิเช่น experimental, biological, developmental, cognitive, social, รวมทั้ง personality ฯลฯ แต่ละสาขาก็จะมีกรอบแนวคิดและก็กระบวนการศึกษาค้นคว้าเพื่อศึกษาเล่าเรียนจิตใจแล้วก็ความประพฤติปฏิบัติที่แตกต่างไป

ศาสตร์สำหรับการทำความเข้าใจจิตใจแล้วก็ความประพฤตินี้ก็มีการเอาไปใช้เพื่อคุณประโยชน์ในด้านอื่นๆเป็นสาขา applied psychology ถัดไปได้แก่ clinical psychology, industrial and organisation psychology, forensic psychology, แล้วก็ educational psychology และก็ยังรวมทั้งการพัฒนา machine learning

สรุปง่ายๆ จิตวิทยาเป็นการศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับจิตใจและก็ความประพฤติ ซึ่งองค์วิชาความรู้นี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้ได้เพื่อคุณประโยชน์ในด้านอื่นๆได้อีกเพียบเลย

เมื่อมารวมกับดนตรีแล้วมันเป็นอย่างไรกันละ…

บางทีอาจจะพูดได้ว่าจิตวิทยาดนตรี (music psychology) นั้นเป็นสาขาที่ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับผลพวงของเสียงดนตรีต่อสภาพจิตใจ การรับรู้ และก็ความประพฤติของมนุษย์ ซึ่งก็ใช้กรอบแนวคิดและก็กรรมวิธีการศึกษาค้นคว้าในสาขาจิตวิทยามาใช้สำหรับการเรียนรู้อย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้ในช่วงต้น

Related Post

การฟังเพลงหรือดนตรีในเวลาทำงานจะช่วยทำให้ผ่อนคลายการฟังเพลงหรือดนตรีในเวลาทำงานจะช่วยทำให้ผ่อนคลาย



เมื่อการทำงานกับความเครียดเป็นสิ่งที่หลายครั้งหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่การทำงานโดยมีความรู้สึกเคร่งเครียด และกดดันย่อมส่งผลให้งานที่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ความเครียดอาจทำให้เกิดทางตันของความคิดสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือการขจัดความเครียดให้หมดไปหรือทำให้ความเครียดนั้นได้รับการผ่อนคลายให้บรรเทาเบาบางลง หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้คลายเครียดได้อย่างดีก็คือ การฟังดนตรี ขณะทำงาน เพราะนอกจากดนตรีจะให้ทำอารมณ์ดีขึ้น ยังเป็นวิธีที่ไม่กระทบต่อช่วงเวลาทำงานอีกด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เทเรซ่า รีซุยส์ จากมหาวิทยาลัยไมอามี่ แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทดลอง และทำการวิจัยเกี่ยวกับ การฟังดนตรีหรือฟังเพลง ในที่ทำงาน ซึ่งได้ผลสรุปออกมาว่า คนทำงานที่เปิดฟังเพลงที่ตนชื่นชอบในขณะทำงานไปด้วยจะทำให้ทำงานได้เสร็จเร็วขึ้น และงานประสบความสำเร็จ ผลของการทำงานที่ได้ดีกว่าคนที่ไม่เปิดฟังเพลงขณะทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าด้วย เพราะเมื่อเกิดความเครียดต่อคนทำงาน พวกเขาจะมีภาวการณ์ตัดสินใจที่ลนลาน และเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ไม่รอบคอบ

เสียงเพลงบำบัดจิตเสียงเพลงบำบัดจิต



เสียงเพลงเป็นได้มากกว่าที่คิด เวลาที่ได้ฟังเพลงเหมือนชีวิตถูกเติมเต็มด้วยอะไรบางอย่าง ความเศร้าที่มีจางหายไป ความสุขที่เดิมมีอยู่ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเพลงบางเพลงสามารถเปลี่ยนวันที่เหนื่อยล้าให้เป็นวันธรรมดาที่ไม่หนักหนามากจนเกินจะรับไหว “เราเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายก็ไม่ทำ เรากลัวว่าถ้าเราตาย พรุ่งนี้เราจะไม่ได้ฟังเพลงอีก” ประโยคที่ออกมาจากปากคนคนหนึ่ง อาจเป็นประโยคคำตอบของคำถามที่ว่า “เธอผ่านช่วงเวลาแย่ๆ ไปได้ยังไงวะ?” แว้บแรกที่ได้ยินคำตอบ มันอาจดูโอเวอร์ไปนิด แต่หลังจากนั้นก็กลับเชื่อสนิทใจว่านั่นคือความจริงแบบ 300% อาจเพราะมันเป็นประโยคที่มีความหมายลึกซึ้ง แล้วก็ทำให้ฉุกคิดถึงอิทธิพลของเสียงเพลงที่สามารถทำให้ใครหลายคนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ในอีกหลายๆ กรณี ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่บทเพลงหรือเสียงดนตรีรับหน้าที่เป็นนักจิตบำบัด เมื่อก่อนมนุษย์เราก็เสพเพลงเพียงเพื่อสุนทรียะและความบันเทิงทั่วๆ ไป ฟังพอให้ได้โยกตามตอนที่รู้สึกสนุก หรือร้องไห้ตามในตอนที่รู้สึกเศร้า ซึ่งเอาจริงๆ แล้ว การฟังเพลงก็เป็นไลฟ์สไตล์ทั่วไปที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันเราเหมือนการแต่งตัวหรือการกินข้าว แต่พอมารู้ตัวอีกที ดูเหมือนความสัมพันธ์ของมนุษย์กับตัวโน้ตเหล่านี้จะเดินทางมาไกลมาก