‘ดนตรีบำบัด’ หนทางบรรเทาทุกข์ของคนยุคใหม่




ทำความรู้จัก ‘ดนตรีบำบัด’ หนทางบรรเทาทุกข์ของคนยุคใหม่
ถ้านี่คือความรู้สึกที่คุณมีอยู่ในขณะนี้ เราอยากให้คุณลองทำความรู้จักกับ ‘ดนตรีบำบัด (Music Therapy)’ อีกหนึ่งศาสตร์ทางการแพทย์ที่จะช่วยขจัดความทุกข์-เพิ่มพูนความสุขให้กับร่างกายและจิตใจได้แบบอยู่หมัดผ่านการใช้เสียงดนตรีที่มีท่วงทำนองและเนื้อหาที่ส่งผลดีต่อการรักษาโรค แต่ศาตร์ทางด้านดนตรีนี้จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนหมอได้อย่างไร คุณอาจจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันสักหน่อยผ่านบทความฉบับนี้ เพราะนี่คือเรื่องราวของเสียงดนตรี ดนตรีบำบัดที่มีอิทธิพลกับจิตใจ ซึ่งส่งผลให้บำบัดโรคร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์!

เข้าใจทฤษฎี “ดนตรีบำบัด” ศาตร์แห่งแพทย์ทางเลือก

ดนตรีบำบัด เพราะความสัมพันธ์ของคนเรากับตัวโน้ตมีมานานแสนนาน
หลายครั้งที่เสียงเพลงดนตรีบำบัดกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตประจำวันเหมือนกับการแต่งตัวหรือกินข้าว ดูได้จากการก้าวออกจากบ้านในแต่ละครั้ง เรามักไม่ลืมที่จะหยิบหูฟังคู่ใจออกมาเพื่อเปิดฟัง Playlist เพลงค้างเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงจะรู้สึกว้าวุ่นใจเหมือนชีวิตนี้ขาดอะไรไปสักอย่างในระหว่างเดินทาง…

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อจิตใจของคนเราไม่มากก็น้อย ดนตรีบำบัด ทำให้ดนตรีถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการบำบัดที่เราเรียกกันว่า ทฤษฎีดนตรีบำบัด หรือ Music Therapy ซึ่งถือเป็นทฤษฎีทางการแพทย์ที่หลอมรวมเอาเรื่องของศาสตร์ด้านจิตวิทยาและศิลป์ทางด้านดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน และนำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการรักษา พัฒนา รวมถึงการบำบัดในด้านสุขภาวะของร่างกาย จิตใจ และสังคมสำหรับคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะ

ข้อดีของการใช้ ดนตรีบำบัด คืออะไร

ดนตรีบำบัด เสียงดนตรีไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้ความบันเทิงเท่านั้น แต่ในฐานะของการเป็นเครื่องมือบำบัด ดนตรียังทำหน้าที่เป็นเสมือนหมอผู้ช่วยที่ทำงานควบคู่กันกับยาต่างๆ เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย ทั้งในโรคทางจิตใจ อย่างเช่น โรคเครียด, โรคซึมเศร้า ฯลฯ ซึ่งจากการวิจัยทางการแพทย์ของ Buckwalter et.al 1985 ระบุไว้ว่า การรักษาโรคทางจิตใจด้วยการใช้ดนตรีบำบัดจะช่วยทำให้ลดความกังวล ความกลัว เพิ่มการเคลื่อนไหว และสร้างแรงจูงใจขึ้นมาได้มากยิ่งขึ้นรวมถึง

ดนตรีบำบัดยังช่วยบำบัดโรคร้ายแรงด้วยการเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อช่วยลดการกระตุ้นที่ทำให้เกิดการเจ็บปวดที่เกิดจากการรักษาได้ ซึ่งในปัจจุบันเห็นได้จากการนำมารักษาควบคู่กับการให้ยาในโรคมะเร็งที่ช่วยลดความกังวลให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ดนตรีบำบัดยังใช้ได้ผลดีกับกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ เพราะเคยมีการวิจัยที่ระบุไว้ว่า หากผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้ลองฟังเพลงที่คุ้นเคย สมองในหลายส่วนได้กลับทำงานขึ้นอย่างตื่นตัวอีกครั้ง ดังนั้น การจัด Playlist เพลงของตัวเองไว้ตั้งแต่วันนี้ อาจจะส่งผลดีตอนที่เราเริ่มเกิดอาการหลงลืมในอนาคตก็เป็นได้

ดนตรีบำบัด เสียงดนตรีมีส่วนช่วยบำบัดโรคได้อย่างไร

อย่างที่บอกไปแล้วว่า ดนตรีบำบัด เสียงดนตรีมีส่วนช่วยในการบำบัดโรคต่างๆ ได้ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ดนตรีมีประโยชน์ทางการบำบัดได้ถึงขนาดนั้น ก็เป็นเพราะองค์ประกอบต่างๆ ของดนตรีมีผลในด้านจิตวิทยาและการทำงานของสมองโดยตรงนั่นเอง
เรียนรู้องค์ประกอบของดนตรีบำบัดที่มีผลต่อการบำบัดโรค

1. จังหวะของดนตรี (Rhythm)
หากเล่นในจังหวะ70-80 ครั้ง/นาที (เท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจ) จะทำให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลาย มีสมาธิ จากการที่สมองลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) หรือสารแห่งความสุขออกมา
2. ระดับของเสียง (Pitch)
หากเล่นในจังหวะ70-80 ครั้ง/นาที (เท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจ) จะทำให้คนฟังรู้สึกผ่อนคลาย มีสมาธิ จากการที่สมองลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) หรือสารแห่งความสุขออกมา
3. ความดังของเสียง (Volume/ Intensity)
จากงานวิจัยพบว่า เสียงที่เบานุ่มจะทำให้เกิดความสงบสุขและสบายใจ ในขณะที่เสียงดังทำให้เกิดการเกร็ง กระตุกของกล้ามเนื้อได้
4. การประสานเสียง (Harmony)
เพราะเป็นการร้องร่วมร้องเพลงด้วยกันหลายคน ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับการควบคุมตัวเองมักมีปฏิกิริยาที่แสดงออกมาเมื่อฟังเสียงประสานต่างๆ จากบทเพลง ซึ่งช่วยในการวัดระดับอารมณ์ความรู้สึกและทำการประเมินการรักษาได้ง่ายขึ้น
5. ทำนองเพลง (Melody)
ดนตรีบำบัด ทำนองของเพลงคือส่วนที่ทำให้บทเพลงนั้นเข้าถึงอารมณ์คนฟังได้ดีที่สุด การเปิดทำนองเพลงที่ผู้ป่วยชื่นชอบจึงช่วยกระตุ้นให้เกิดการระบายความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจ จนสุดท้ายช่วยลดความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นตลอดการรักษาได้เป็นอย่างดี

ดนตรีบำบัด ช่วยบำบัดโรคทางกายได้จริงหรือไม่

ในความเป็นจริงแล้วดนตรีบำบัด อาจไม่ได้เป็นตัวการที่ทำให้โรคร้ายแรงหายไปได้ แต่เสียงดนตรีจะเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้อาการต่าง ๆ ดีขึ้นได้จากการรักษาทางใจโดยอ้อม เพราะประสบการณ์ทางเสียงเหล่านี้ เมื่อผู้ป่วยได้สัมผัสก็เหมือนจะได้รับพลังและได้รับแรงกระตุ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป หากทำการบำบัดซ้ำๆ อย่างเข้าใจ ดนตรีจะกลายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ให้ความสุขและกำลังใจกับผู้ป่วยได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว!

สรุปดนตรีบำบัด
แม้ดนตรีบำบัดจะเป็นศาตร์ที่ช่วยในการรักษาทางการแพทย์ แต่สำหรับคนยุคใหม่ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเครียด และปัญหาทางด้านอารมณ์ได้โดยง่าย ก็อาจจะเลือกหยิบเอาเคล็ดลับและวิธีการจากดนตรีที่จะช่วยบำบัดให้ความกังวลใจเหล่านี้หายไป

 

Related Post

การใช้เสียงดนตรีเสริมพัฒนาการลูกน้อยการใช้เสียงดนตรีเสริมพัฒนาการลูกน้อย



ดนตรีนั้นเปรียบเหมือนของขวัญจากสรวงสวรรค์ เพราะดนตรีช่วยจรรโลงจิตใจของผู้คนทุกเพศทุกวัย ทำให้รู้สึกมีความสุข สนุกสนาน ผ่อนคลาย หรือแม้แต่ดนตรีที่มีทำนอง เนื้อหาเศร้าก็ยังช่วยระบายความรู้สึกภายในจิตใจลึก ๆ ออกมาได้ ช่วยให้หายเก็บกดหายเครียด ดนตรียังมีประโยชน์มากสำหรับเด็ก ๆ มีผลต่อการเสริมพัฒนาลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่เมื่อลูกน้อยยังเป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดาตั้งแต่เข้า เดือนที่ 5 ในการตั้งครรภ์ อวัยวะต่าง ๆ ของทารกได้ก่อกำเนิดครบแล้ว เป็นช่วงเวลาที่อวัยวะในส่วนของการฟังคือหูเริ่มมีการทำงาน ทารกน้อยจะได้ยินเสียงภายนอกร่างกายแม่ได้ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเดือนที่ 6 ทารกจะสามารถมีปฎิกิริยาต่อเสียงได้ด้วย หากได้เปิดดนตรีให้ฟังในช่วงนี้โดยเฉพาะดนตรีที่มีท่วงทำนองสดใสรื่นเริงนุ่ม ๆ เช่นดนตรีคลาสสิค จะช่วยให้เครือข่ายใยประสาทในส่วนการได้ยินพัฒนาไดดีเป็นอย่างมาก

ดนตรีบําบัด (Music Therapy)ดนตรีบําบัด (Music Therapy)



ดนตรี (Music)คืออะไร คือ ลักษณะของเสียงที่ได้รับการจัดเรียบเรียงไว้อย่างเป็ นระเบียบเรียบร้อย โดยมีแบบแผน และโครงสร้างชัดเจน สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ 3 ด้านใหญ่ๆ คือ เพื่อความสุนทรี เพื่อการบําบัดรักษา และเพื่อการศึกษา ดนตรี มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และการทํางานของสมองในหลายๆ ด้าน จากการศึกษาวิจัยพบว่ามีผล ดังนี้ ผลของดนตรีต่อร่างกาย สามารถทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อัตราการหายใจ อัตราการ เต้นของชีพจร ความดันโลหิต การตอบสนองของม่านตา ความตึงตัวของกล้ามเนื้ อ