ดนตรีบําบัด (Music Therapy)




ดนตรี (Music)คืออะไร

คือ ลักษณะของเสียงที่ได้รับการจัดเรียบเรียงไว้อย่างเป็ นระเบียบเรียบร้อย โดยมีแบบแผน และโครงสร้างชัดเจน สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ 3 ด้านใหญ่ๆ คือ เพื่อความสุนทรี เพื่อการบําบัดรักษา และเพื่อการศึกษา ดนตรี มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และการทํางานของสมองในหลายๆ ด้าน

จากการศึกษาวิจัยพบว่ามีผล ดังนี้

ผลของดนตรีต่อร่างกาย สามารถทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อัตราการหายใจ อัตราการ เต้นของชีพจร ความดันโลหิต การตอบสนองของม่านตา ความตึงตัวของกล้ามเนื้ อ และการไหลเวียน เลือด
ผลของดนตรีต่อจิตใจและสมอง สามารถทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ อารมณ์ สติสัมปชัญญะ จินตนาการ การรับรู้สภาพความเป็ นจริง และการสื่อสารทางอวัจนะภาษา

องค์ประกอบต่างๆ ของดนตรี ก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป เช่น

1) จังหวะหรือลีลา (Rhythm) ช่วยสร้างเสริมสมาธิ (Concentration) และช่วยในการผ่อนคลาย (Relax)

2) ระดับเสียง (Pitch) เสียงในระดับตํ่า และระดับสูงปานกลาง จะช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบ

3) ความดัง (Volume/ Intensity) พบว่าเสียงที่เบานุ่มจะทําให้เกิดความสงบสุข สบายใจ ในขณะที่เสียงดังทําให้เกิดการเกร็ง กระตุกของกล้ามเนื้ อได้ ความดังที่เหมาะสมจะช่วยสร้างระเบียบใน การควบคุมตนเองได้ดี มีความสงบ และเกิดสมาธิ

4) ทํานองเพลง (Melody) ช่วยในการระบายความรู้สึกส่วนลึกของจิตใจ ทําให้เกิดความริเริ่ม สร้างสรรค์และลดความวิตกกังวล

5) การประสานเสียง (Harmony) ช่วยในการวัดระดับอารมณ์ความรู้สึกได้โดยดูจากปฏิกิริยาที่ แสดงออกมาเมื่อฟังเสียงประสานต่างๆ จากบทเพลง

ดนตรีบําบัดคืออะไร ?

ดนตรีบําบัด (Music Therapy) คือศาสตร์ที่ว่าด้วย การนําดนตรีหรือองค์ประกอบอื่นๆ ทาง ดนตรี มาประยุกต์ใช้เพื่อปรับเปลี่ยน พัฒนา และคงรักษาไว้ซึ่งสุขภาวะของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม

โดยนักดนตรีบําบัดเป็นผู้ดําเนินการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ผ่านทางกิจกรรมทางดนตรีต่างๆ อย่าง มีรูปแบบโครงสร้างที่ชัดเจน มีหลักเกณฑ์ และระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ เป้าหมายของดนตรีบําบัดไม่ได้เน้นที่ทักษะทางดนตรี แต่เน้นในด้านพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ขึ้ นอยู่กับความจําเป็นของแต่ละบุคคลที่มารับการบําบัด

สามารถประยุกต์ใช้ได้ใน หลายบริบท เช่น ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์ ลักษณะเด่นของดนตรีบําบัด ดนตรีบําบัดมีลักษณะเด่นเฉพาะตัวหลายด้าน ทําให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับอายุ และหลากหลายปัญหา ลักษณะเด่น ได้แก่

1) ประยุกต์เข้ากับระดับความสามารถของบุคคลได้ง่าย
2) กระตุ้นการทํางานของสมองได้หลายส่วน
3) กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน
4) ช่วยพัฒนาอารมณ์ และจิตใจ
5) เสริมสร้างทักษะทางสังคม และการสื่อสาร
6) ให้การรับรู้ที่มีความหมาย และความสนุกสนาน ไปพร้อมกัน
7) ประสบความสําเร็จในการบําบัดได้ง่าย เนื่องจากประยุกต์ใช้ได้ ทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับ ความสามารถ

ประโยชน์ของดนตรีบําบัด ดนตรีบําบัดสามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่และ ผู้สูงอายุ ตามเป้ าหมาย เพื่อตอบสนองความจําเป็ นที่แตกต่างกันไปทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เช่น ปัญหาบกพร่องของพัฒนาการ สติปัญญา และการเรียนรู้ โรคซึมเศร้า โรคอัลไซเมอร์ การบาดเจ็บทาง สมอง ความพิการทางร่างกาย อาการเจ็บปวด และภาวะอื่นๆ

สําหรับบุคคลทั่วไป ก็สามารถใช้ประโยชน์จากดนตรีบําบัดได้เช่นกัน ช่วยในการผ่อนคลาย ความตึงเครียด และในการออกกําลังกายเสริมสร้างสุขภาพ

ประโยชน์ของดนตรีบําบัด มีดังนี้

1) ปรับสภาพจิตใจให้อยู่ในสภาวะสมดุล มีมุมมองในเชิงบวก

2) ผ่อนคลายความตึงเครียด ลดความวิตกกังวล (Anxiety/ Stress Management)

3) เสริมสร้างและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และความจํา (Cognitive Skill)

4) กระตุ้นประสาทสัมผัสการรับรู้ (Perception)

5) เสริมสร้างสมาธิ (Attention Span)

6) พัฒนาทักษะสังคม (Social Skill)

7) พัฒนาทักษะการสื่อสารและการใช้ภาษา (Communication and Language Skill)

8) พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว (Motor Skill)

9) ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้ อ (Muscle Tension)

10) ลดอาการเจ็บปวดจากสาเหตุต่างๆ (Pain Management)

11) ปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม (Behavior Modification)

12) สร้างสัมพันธภาพที่ดีในการบําบัดรักษาต่างๆ (Therapeutic Alliance) ช่วยเสริมใน กระบวนการบําบัดทางจิตเวช ทั้งในด้านการประเมินความรู้สึก สร้างเสริมอารมณ์เชิงบวก การควบคุมตนเอง การแก้ปมขัดแย้งต่างๆ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว โดยสรุปดนตรีบําบัด มีประโยชน์หลากหลายขึ้ นอยู่กับการนําไปใช้เสริมสร้างสุขภาวะทาง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี โดยบูรณาการเข้ากับการรักษาอื่น กระบวนการและรูปแบบดนตรีบําบัด ในการทําดนตรีบําบัด ไม่มีกระบวนการและรูปแบบที่ตายตัว แต่จะต้องออกแบบการ บําบัดรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และตามสภาพปัญหา มีการวางแผนการบําบัดรายบุคคล โดย มีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
1) การประเมินผู้รับการบําบัดรักษา – ศึกษาข้อมูลประวัติส่วนตัว และประวัติทางการแพทย์ – ประเมินปัญหาและเป้ าหมายที่ต้องการบําบัด – ประเมินสุขภาวะทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และทักษะการคิด
2) วางแผนการบําบัดรักษา – ออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมเป็ นรายบุคคลและรายกลุ่ม โดยยึดเป้ าหมายเป็ นสําคัญ – รูปแบบผสมผสานกระบวนการต่างๆ ทางดนตรี เช่น ร้องเพลง แต่งเพลง ประสานเสียง จินตนาการตาม หรือลีลาประกอบ เป็ นต้น
3) ดําเนินการบําบัดรักษา – สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บําบัดกับผู้รับการบําบัด โดยใช้ดนตรีเป็ นสื่อ และทําดนตรี บําบัดร่วมกับการบําบัดรักษารูปแบบอื่นๆ แบบบูรณาการ 4) ประเมินผลการบําบัดรักษา – ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และปรับแผนการบําบัดให้เหมาะสม

Related Post

5 บทเพลงบำบัดโรคซึมเศร้า5 บทเพลงบำบัดโรคซึมเศร้า



โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางจิตเวชที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว โรคซึมเศร้าจึงเป็นภัยเงียบที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจของทุกคน รอเวลาที่จะสำแดงอาการออกมา โดยที่เราไม่มีโอกาสรู้เลยว่าตนเองจะกลายเป็นผู้ป่วยของโรคซึมเศร้าเมื่อไหร่ หลายครั้งความรุนแรงของโรคได้นำไปสู่โศกนาฏกรรม ทั้ง ๆ ที่คนใกล้ชิดผู้ป่วยต่างยืนยันว่าไม่มีสัญญาณใดที่บ่งบอกถึงอาการของโรคซึมเศร้ามาก่อน อย่างไรก็ตาม บทความนี้เราจะไม่ได้พูดถึงโรคซึมเศร้าในมุมมองทางการแพทย์ แต่ผ่านมุมมองของเสียงเพลงและดนตรี ในห้วงที่ผ่านมา มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พยายามศึกษาแนวทางการบำบัดโรคซึมเศร้าผ่านเสียงเพลง หรือที่หลายคนเรียกว่าการใช้ดนตรีบำบัดความเครียด หรือ เพลงบำบัดโรคซึมเศร้า ซึ่งผมได้หยิบยก 5 บทเพลงที่แม้ว่าจะไม่สามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้โดยตรง แต่ก็มีท่วงทำนองที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และบรรเทาความบอบช้ำทางจิตใจได้ไม่มากก็น้อย กระนั้น ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักโรคซึมเศร้าเพิ่มเติมมากขึ้นอีกนิดหนึ่งครับ โรคซึมเศร้า คือ โรคซึมเศร้าเป็นความผิดปกติของสมองที่มีผลกระทบต่อความนึกคิด อารมณ์ ความรู้สึก

ความเชื่อเรื่องการใช้ยาความเชื่อเรื่องการใช้ยา



เรามักมีความเชื่อผิดๆบ้างความเข้าใจเรื่องการใช้ยา เราจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับความเชื่อเรื่องการใช้ยาไปดูกันเลย ความเชื่อยาฉีดมีประสิทธิภาพมากกว่ายากิน ไม่จริงเสมอไป เพราะยาชนิดกินก็มีประสิทธิภาพในการรักษาเช่นกัน เพียงแต่ยาฉีดจะใช้สำหรับผู้ป่วยบางรายที่การทำงานของลำไส้หรือกระเพาะอาหารมีปัญหา ดูดซึมยาผิดปกติหรือติดเชื้อรุนแรง หรือในกรณีที่ต้องการให้ยาที่ออกฤทธิ์เร็ว  การใช้ยาฉีดจะดีกว่ายากิน เนื่องจากไม่ต้องรอให้ยาดูดซึมจนถึงระดับการรักษาของยา แต่ยากินจะมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่ายาฉีด ความเชื่อว่ายาต่างประเทศมีประสิทธิภาพมากกว่ายาในประเทศ ไม่จริง เพราะยาทุกชนิดไม่ว่าจะยาไทยหรือยาต่างประเทศ ก่อนวางจำหน่ายล้วนผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดและผ่านการรับรองแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา ความเชื่อว่าการกินยาชนิดใดนานๆ จะมีผลต่อตับและไต ขึ้นอยู่กับสภาวะของคนไข้ว่ามีปัญหาการทำงานของตับหรือไตหรือไม่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการใช้ยาที่ถูกวิธี ถูกขนาดหรือไม่ หากมีการใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ ก็อาจมีผลต่อตับหรือไตได้ หรืออาจได้รับผลข้างเคียงของยา ความเชื่อว่าการกินยาชนิดใดนาน จะทำให้ดื้อยา หากการกินยานั้นอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ปัญหาที่พบส่วนมากคือคนไข้ส่วนหนึ่ง หลังจากกินยาไปช่วงเวลาหนึ่งแต่ยังไม่ครบตามแพทย์สั่ง ก็หยุดกินยาเอง หลังจากนั้นหากมีการกลับมากินยาชนิดนั้นอีกครั้ง