post

สาเหตุผิวคล้ำเสีย

ผิวเป็นอะไรที่ไวต่อแสงเป็นอย่างมากทำให้ผิวของเราถูกทำร้ายได้ง่ายเป็นอย่างมากวันนี้เราจะพาไปดูสาเหตุที่ทำให้ผิวคล้ำเสียกัน

ดำจากแสงแดด 

แสงแดดตัวร้ายคือตัวอันตรายสำหรับผิวของเราที่สุด หลายคนโดนแดดเผาผิวจนเสีย บางคนหนักถึงขั้นผิวไหม้ กว่าจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นเเบบเดิมได้ก็ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร ยังไงเราควรหลีกเลี่ยงและระมัดระวังให้มากที่สุดเพื่อรักษาผิวของเราไว้ไม่ให้ผิวคล้ำเสียได้ง่าย

ดำจากแสงไฟ

อย่าคิดว่ามีแค่แสงแดดเพียงอย่างเดียวที่ทำร้ายผิว ใครว่าแสงไฟไม่อันตรายต่อผิว อันนี้ไม่เป็นความจริงเลย เพราะเเสงไฟก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผิวของเราเสียได้ เพียงแต่เเสงไฟจะทำให้ผิวเราค่อย ๆ หมองคล้ำไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ ไม่ถึงขั้นเผากันแบบแสงแดด โดยบริเวณที่มักจะหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัดก็คือใบหน้าและลำคอ

ดำจากสารคลอรีน

สังเกตุมั้ยคะว่านักกีฬาว่ายน้ำหลายคนมักจะมีสีผิวคมเข้มกันแทบจะทุกคน สาเหตุก็เพราะคลอรีนมีฤทธิ์ทำลายผิว คลอรีนจะกัดผิวจนคล้ำ บางคนอาจมีผิวอักเสบ แสบคัน หากปล่อยไว้นาน ๆ ไม่รักษาอาจทำให้ผิวขาว ๆ ของเรากลายสภาพเป็นผิวเสียดำคล้ำได้

ดำจากสารป้องกัน UV

ครีมป้องกันแสงแดดรังสี UV นี่แหละที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ เนื่องจากร่างกายบางคนนั้นแพ้สารป้องกันนี้ ทำให้เมื่อใช้แล้วจะเกิดอาการคัน แสบร้อน บางคนใช้แล้วผิวไหม้เกรียมและหมองคล้ำกว่าเดิม ยิ่งออกไปเผชิญแสงเเดดก็ยิ่งทำให้ผิวของเราแย่ลงไปอีก

ทางที่ดีหากอยากมีผิวขาวกระจ่างใสก็ควรหมั่นดูแลรักษา อย่าปล่อยให้มีอะไรมาทำร้ายผิวของเราได้ เพราะบางทีคนที่มีผิวแพ้ง่ายนั้น นอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำแล้ว ยังอาจเกิดอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น ผิวแสบ ผิวคัน ผิวหนังอักเสบ บางรายอาจเป็นหนักถึงขั้นเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เนื่องจากในแสงแดดนั้นมีรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวของเรา รวมทั้งสารเคมีอื่่นๆ ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราควรที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ระคายเคืองและอาจทำร้ายผิวของเราให้หมองคล้ำดำเสีย เราควรป้องกันตัวเองจากแสงแดดและแสงต่างๆที่อาจจะทำร้ายผิวของเราให้ทาครีมที่มีสารที่ช่วยป้องกันแสงแดด และใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด เพื่อสุขภาพผิวที่ดีนั่นเอง

 

post

หลีกเลี่ยงดมควันธูปช่วงตรุษจีน

เราจะมาเตือนเลี่ยงดมสัมผัสควันธูป เผากระดาษช่วงตรุษจีน เสี่ยงกระทบระบบทางเดินหายใจสารก่อมะเร็งแนะช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะทำพิธีบูชาเทพเจ้า และแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการจุดธูปและการเผากระดาษเงินกระดาษทองรวมถึงสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ทำจากไม้หรือเศษไม้ไผ่

แต่การจุดธูปจะทำให้เกิดควันที่มีสารมลพิษต่างๆ อาทิ สารพิษทางอากาศ ก๊าซเรือนกระจก และสารก่อมะเร็งรวมไปถึงสารโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส ที่พบในขี้เถ้าธูปและขี้เถ้าของกระดาษเงินกระดาษทอง

ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับสารนั้น โดยเฉพาะประชาชน กลุ่มเสี่ยง ทั้งเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคถุงลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคระบบหัวใจและ หลอดเลือด ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันธูปและควันจากการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง และหลีกเลี่ยงการพักผ่อน หรือนอนหลับในห้องหรือบริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองหรือใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดๆ ปิดปากปิดจมูก หรือแนะนำให้ใช้ธูปขนาดสั้นเพื่อให้เกิดควันระยะสั้น ส่วนการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ควรเผาทีละน้อยๆ และเผาในภาชนะที่มีฝาปิด เมื่อเสร็จพิธีการสักการบูชาควรดับไฟด้วยน้ำ ทันทีและภายหลังการสัมผัสควันธูปและกระดาษเงินกระดาษทองควรล้างมือ ล้างหน้า ล้างตาให้บ่อยขึ้น สำหรับศาลเจ้า ควรตั้งกระถางธูปหรือภาชนะสำหรับเผากระดาษเงินกระดาษทอง ไว้นอกอาคาร และเมื่อเสร็จพิธีแล้วต้องรีบดับไฟเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของควันและไอระเหยของสารพิษ

นอกจากนี้ การเลือกซื้อธูปกระดาษเงินกระดาษทอง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลาก และแสดงข้อความครบถ้วนโดยเฉพาะภาษาไทย เช่น วิธีใช้ การเก็บรักษา คำเตือนเพื่อความปลอดภัย ชื่อที่อยู่ผู้ผลิตและผู้นำเข้า ลักษณะภาชนะบรรจุอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีรอยฉีกขาด และควรซื้อเท่าที่จำเป็นเพื่อลดปริมาณมลพิษจากการเผา

 

 

post

น้ำแข็งปนเปื้อนความใสเย็นพร้อมภัยใกล้ตัว

     น้ำแข็งที่ช่วยให้ทุกคนดับกระหาย หารู้ไม่ว่าเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกปนเปื้อน ในร้านขายของชำ ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนแบกน้ำแข็งก้อนยักษ์ขึ้นบ่า มือที่สวมถุงมือผ้ากระชับแน่น ก่อนเดินอย่างคล่องแคล่วแล้วโยนลงในถังแช่ อีกคนลากกระสอบถุงปุ๋ยเทน้ำแข็งป่นลงถัง  น้ำแข็งเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานสารพัด ทั้งแช่หมู แช่ผัก แช่น้ำขวด ใส่แก้วให้ลูกค้า ทำน้ำแข็งใส ยันไอศครีม ใครจะเชื่อ กว่าจะถึงปากให้เคี้ยวกันอย่างเพลิดเพลิน อาจมีสิ่งสกปรกและเชื้อโรคปนเปื้อนชนิดที่เราคาดไม่ถึง

จากข้อมูลจากการประปานครหลวง ระบุว่า น้ำแข็งที่เราบริโภคกันอยู่นั้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ น้ำแข็งซอง หรือน้ำแข็งก้อนใหญ่นำมาทุบให้เล็กลงใส่เครื่องบดให้เป็นน้ำแข็งเกล็ด น้ำแข็งป่น เพื่อไปจำหน่ายต่อ เหมาะกับการแช่ของสด แช่น้ำขวด นำไปใส่แก้วให้ลูกค้า ทำน้ำแข็งใสใส่ขนมหวาน ส่วนอีกชนิดคือ น้ำแข็งหลอดสำเร็จรูป เป็นก้อนเล็กๆบรรจุใส่ถุงพลาสติกวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต สิ่งที่น่าวิตกกังวลอยู่ตรงขั้นตอนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน จากโรงงานที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงการขนส่งที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเรื่องความสะอาดเท่าที่ควร

ตั้งแต่โรงงานผลิตน้ำแข็งที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตน้ำแข็ง เครื่องตัดก้อนน้ำแข็งก็ใช้ใบมีดเป็นสนิม พวกโรงน้ำแข็งขนาดเล็กหลายแห่งมักมีคนงานยก ตัก โกย บรรจุลงถุง โดยไม่สวมเครื่องแบบมิดชิด บางคนไม่ใส่เสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น สวมแค่รองเท้าบูทยางเท่านั้น ถุงก็เป็นกระสอบขาวๆด่างๆไม่ต่างกับถุงปุ๋ย ถุงใหม่หรือถุงเก่าเคยใส่ข้าวสาร หรือสารเคมีมารึเปล่าก็ไม่รู้

ขั้นตอนจัดส่งยิ่งน่ากลัว ส่วนมากใส่รถบรรทุกคลุมด้วยผ้าใบ มีลูกจ้างนั่งทับมา บางคนขึ้นเหยียบไม่สนใจ พอถึงร้านก็ใส่ถุงมือเก่าๆแบกน้ำแข็งไปส่ง ลากกระสอบไปตามพื้น ยังไม่นับถังบรรจุน้ำแข็งของร้านค้าว่าสะอาดหรือเปล่า โดยเฉพาะน้ำแข็งป่น น้ำแข็งเกล็ด ถือว่าเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่างๆมากที่สุด

สอดคล้องกับการสำรวจของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ที่ระบุว่า ทั้งน้ำแข็งซองและน้ำแข็งหลอด มักมีการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ เช่น โคลีฟอร์ม อีโคไล ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมาจากสิ่งปฏิกูล ส่วนใหญ่ปนเปื้อนจากผู้ปฏิบัติงานที่สัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง และจากการขนส่ง

ขณะนี้ เมืองไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้น้ำดื่ม น้ำแข็ง และไอศกรีม กลายเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของประชาชน แต่หากขั้นตอนการผลิตและการเก็บรักษาที่ไม่ดี อาจเกิดการปนเปื้อนและการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์อย่างรวดเร็ว เช่น เชื้อซัลโมเนลล่า วิบริโอ อี.โคไล และ สแตฟฟิโลคอคคัสออเรียส ล้วนก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง

 ดูให้ดีก่อนบริโภคน้ำแข็ง

ยิ่งช่วงหน้าร้อนแบบนี้ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ต่อไปนี้คือคำแนะนำของภก.ประพนธ์ ในการสังเกตก่อนเลือกซื้อการเลือกซื้อน้ำดื่ม น้ำแข็ง และไอศครีมมาบริโภค

น้ำดื่ม ควรเลือกภาชนะบรรจุที่สะอาดและปิดสนิท ไม่รั่วซึมหรือมีรอยสกปรก ไม่มีร่องรอยการเปิดใช้ ลักษณะของน้ำที่บรรจุอยู่ต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีสี กลิ่น รสผิดปกติ

น้ำแข็ง หากเป็นน้ำแข็งหลอดบรรจุถุง ควรสังเกตรายละเอียดบนฉลากให้ครบถ้วน ต้องมีข้อความว่า ‘น้ำแข็งใช้รับประทานได้’ด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน

น้ำแข็งหลอด ที่ให้บริการภายในร้านค้าและร้านอาหารทั่วไป ควรสังเกตสถานที่เก็บและภาชนะบรรจุน้ำแข็ง ต้องถูกสุขลักษณะ ไม่มีการใส่น้ำแข็งปนกับอาหารประเภทอื่น ก้อนน้ำแข็งเมื่อสังเกตด้วยตาเปล่าต้องมีความใสสะอาด ปราศจากเศษฝุ่นละอองปะปน

น้ำแข็งซองหรือน้ำแข็งก้อน ควรซื้อมาบริโภคทั้งก้อน นำมาล้างน้ำก่อนทุบหรือบดแล้วนำใส่ในภาชนะบรรจุที่สะอาด

ไอศกรีม ภาชนะบรรจุต้องสะอาดและปิดสนิท ไม่ฉีกขาด สังเกตได้จากการที่ไม่มีไอศกรีมรั่วซึมออกมา

ไอศกรีมตัก ตัวไอศกรีมต้องไม่มีสี กลิ่น รส ที่ผิดปกติ และไม่เหลวหรือมีลักษณะเหมือนเคยละลายมาแล้ว รวมทั้งผู้บริโภคต้องดูสุขลักษณะของผู้ขายด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เล็บมือ การแต่งกาย ภาชนะที่ใช้ใส่ไอศกรีมก็ต้องสะอาดด้วย

สุดท้ายต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากแสดงรายละเอียดครบถ้วน ชัดเจน เช่น ชื่ออาหาร และชื่อที่ตั้ง สถานที่ผลิต เครื่องหมาย อย. พร้อมเลขสารระบบอาหาร 13 หลัก วันเดือนปีผลิตหรือวันหมดอายุ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต

 

 

post

ความเชื่อเรื่องการใช้ยา

เรามักมีความเชื่อผิดๆบ้างความเข้าใจเรื่องการใช้ยา เราจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับความเชื่อเรื่องการใช้ยาไปดูกันเลย

ความเชื่อยาฉีดมีประสิทธิภาพมากกว่ายากิน

ไม่จริงเสมอไป เพราะยาชนิดกินก็มีประสิทธิภาพในการรักษาเช่นกัน เพียงแต่ยาฉีดจะใช้สำหรับผู้ป่วยบางรายที่การทำงานของลำไส้หรือกระเพาะอาหารมีปัญหา ดูดซึมยาผิดปกติหรือติดเชื้อรุนแรง หรือในกรณีที่ต้องการให้ยาที่ออกฤทธิ์เร็ว  การใช้ยาฉีดจะดีกว่ายากิน เนื่องจากไม่ต้องรอให้ยาดูดซึมจนถึงระดับการรักษาของยา แต่ยากินจะมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่ายาฉีด

ความเชื่อว่ายาต่างประเทศมีประสิทธิภาพมากกว่ายาในประเทศ

ไม่จริง เพราะยาทุกชนิดไม่ว่าจะยาไทยหรือยาต่างประเทศ ก่อนวางจำหน่ายล้วนผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดและผ่านการรับรองแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา

ความเชื่อว่าการกินยาชนิดใดนานๆ จะมีผลต่อตับและไต

ขึ้นอยู่กับสภาวะของคนไข้ว่ามีปัญหาการทำงานของตับหรือไตหรือไม่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการใช้ยาที่ถูกวิธี ถูกขนาดหรือไม่ หากมีการใช้ยาโดยไม่มีข้อบ่งชี้ ก็อาจมีผลต่อตับหรือไตได้ หรืออาจได้รับผลข้างเคียงของยา

ความเชื่อว่าการกินยาชนิดใดนาน จะทำให้ดื้อยา

หากการกินยานั้นอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่ปัญหาที่พบส่วนมากคือคนไข้ส่วนหนึ่ง หลังจากกินยาไปช่วงเวลาหนึ่งแต่ยังไม่ครบตามแพทย์สั่ง ก็หยุดกินยาเอง หลังจากนั้นหากมีการกลับมากินยาชนิดนั้นอีกครั้ง อาจทำให้ผลการรักษาไม่ดีนัก โดยเฉพาะยาโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องกินต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง ไม่ควรหยุดยาเอง ยกเว้นยารักษาตามอาการที่สามารถหยุดกินได้เมื่ออาการดีขึ้น เช่น ยาแก้ปวดท้อง ยาแก้ปวด ยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

ความเชื่อว่ายาแอสไพรินทำให้เลือดออกในสมอง

หากใช้ยาตามแพทย์สั่งไม่ทำให้เกิดปัญหา เพราะส่วนมากคนไข้ที่รับยามักมีการติดตามอาการกับแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแพทย์จะปรับยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย แต่ปัญหาของยาแอสไพรินคือมีผลข้างเคียงทำให้ระคายกระเพาะอาหาร ดังนั้นควรกินยาหลังอาหารทันที่ และดื่มน้ำตามปริมาณมาก เพื่อลดผลข้างเคียงดังกล่าว

การกินยาก่อนนอน สำหรับคนที่นอนไม่เป็นเวลา

ควรกินยาเวลาเดิมทุกวัน เช่น หากกินยาตอน 2 ทุ่มก็ควรกินเวลานั้นทุกวัน แม้จะไม่ได้นอนตอน 2 ทุ่มทุกวันก็ตาม ควรกำหนดเวลาเอาไว้แล้วกินเวลาเดิม เพื่อให้ระดับยาคงที่ ทำให้ยาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการกินยาไม่ตรงเวลา

ความเชื่อว่ากินยาแล้วกลิ่นและสีของปัสสาวะผิดปกติ แสดงว่ายาออกฤทธิ์ดี

ขึ้นอยู่กับชนิดของยา ทำให้ปัสสาวะสีน้ำเงิน ทำให้ปัสสาวะสีแดง หรือวิตามินบีรวม ทำให้ปัสสาวะกลิ่นเหมือนยา ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะของตัวยา ไม่อันตรายแต่อย่างไร  ยกเว้นยาบางชนิดการที่ปัสสาวะมีลักษณะผิดปกติ อาจแสดงถึงความอันตราย เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากกินแล้วปัสสาวะมีสีแดง มีจ้ำเลือดตามใต้ผิวหนัง แสดงว่าระดับยาสูงกว่าปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที

การเลือกใช้ยาในปริมาณที่ถูกต้องเหมาะสมก็คงจะไม่ส่งผลต่อสุขภาพแน่นอน

 

post

ฝุ่นละอองกับสุขภาพปอด

                    แน่นอนทุกวันนี้โลกของเรามีค่าฝุ่นเพิ่มมากขึั้นซึ่งส่งผลต่อสุขภาพปอดของเราเป็นอย่างมากและเสี่ยงต่อการป่วยเล็กๆ น้อยๆ จากการไอ จาม ที่อยู่ใกล้กันเพียงคืบมือ หากลืมหยิบหน้ากากอนามัย ที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคต่างๆ ได้ ก็คงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อยไปกว่าการลืมหยิบหูฟังออกจากบ้าน แต่รู้หรือไม่ ว่าหน้ากากอนามัยไม่ได้มีค่าแค่ป้องกันเชื้อโรคเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ป้องกันฝุ่นละอองและควันพิษร้ายๆ ที่จะเข้าสู่ระบบร่างกายของเราจากการสูดลมหายใจเข้าไปนั่นเอง

ฝุ่นละอองในอากาศ ที่สัมผัสสูดดมมีขนาดตั้งแต่ 100 ไมครอนลงมา มีทั้งแบบที่เรามองเห็นและไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งฝุ่นที่อยู่ในมลภาวะทางอากาศนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่คนเท่านั้น แต่ยังส่งผลด้านสุขภาพต่อสัตว์และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน และมีค่าความเข้มข้นสูงเกิน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ไปจนถึงถุงลมปอด แล้วทำให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง นำมาซึ่งโรคระบบทางเดินหายใจ ที่สำคัญยิ่งเม็ดฝุ่นมีขนาดเล็กมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความอันตรายมากเท่านั้น เม็ดฝุ่นละอองยังปะปนไปด้วยแก๊สพิษและสารไฮโดรคาร์บอนบางชนิดที่เป็นภัยต่อสุขภาพ หากหายใจเอาหมอกควันพิษเข้าไปจะยิ่งเสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของปอด


ต้นเหตุการณ์เกิดหมอกควันพิษ เช่น เกิดจากธรรมชาติ จากไฟป่า เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ทั้งการเผาเศษพืชและเศษวัสดุการเกษตร การเผาขยะมูลฝอย เผาวัชพืช และมลพิษจากอุตสาหกรรม

ประเภทของฝุ่นละออง 

  1. ฝุ่นละอองรวม  เกิดจากการเผ้าไหม้เชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเตา ถ่านหิน ฟืน แกลบ จะมีสารพิษที่เป็นอินทรียสารและอนินทรียสารเป็นส่วนประกอบ ฝุ่นชนิดนี้มีอนุภาคขนาดเล็ก มักพบเจอในภายในและภายนอกอาคาร
  2. ฝุ่นหยาบ มีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 10 ไมครอน เช่น ฝุ่นที่เกิดจากถนนที่ไม่ได้ลาดยาง หรือโรงงานบดหิน เป็นต้น
  3. ฝุ่นละเอียด PM 2.5มีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เกิดจากควันเสียของรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม
  4. หากอยู่บนถนน สามารถมองเห็นรถยนต์ข้างหน้าได้ไกล ไม่เกิน 100 เมตร มองเห็นเสาไฟได้ไม่เกิน 3-4 ต้น มองออกไปไม่เห็นยอดภูเขา เป็นต้น

อาการแพ้ฝุ่นละอองและหมอกควัน

รู้สึกระคายเคืองหรือแสบตา ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ภูมิแพ้กำเริบหรือแสบจมูก ระคายเคืองผิวหนัง อึดอัดแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคหอบหืด ผู้สูงอายุ หรือเด็กที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจเสี่ยงที่จะมีอาการทรุดหนัก

หากปล่อยสะสมไว้นาน ก็จะยิ่งเพิ่มระดับความรุนแรงจนเกิดเป็นโรคร้าย เช่น โรคหลอดลมอักเสบ โรคปอดแข็งจากภาวะฝุ่นจับปอด และฝุ่นละอองอาจเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองหรือระบบเลือด ยิ่งเพิ่มความรุนแรงต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือมะเร็งปอด

การป้องกันอันตรายจากฝุ่น

ปิดประตูหน้าต่าง ไม่ให้ฝุ่นเข้ามาในตัวอาคาร

ดื่มน้ำมากๆ

กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำสะอาด แล้วบ้วนทิ้ง 

เลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

สวมหน้ากากอนามัยชนิดกรอง 3 ชั้น เมื่อต้องพบเจอมลภาวะทางอากาศ ซึ่งจะช่วยป้องกันฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอนได้ ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด โรคหัวใจ โรคปอด ควรเตรียมยา และอุปกรณ์ที่จำเป็นติดตัว

งดสูบบุหรี่

ปลูกต้นไม้สูงรอบบ้าน สามารถช่วยกรองอากาศและผลิตออกซิเจ

หากมีอาการผิดปกติหลังสูดดมหมอกควัน เช่น หายใจไม่ออก หรือระคายเคืองแสบตา ควรรีบไปพบแพทย์

            ฝุ่นอันตรายต่อสุขภาพปอดเราต้องรู้จัก รู้จัก ป้องกัน และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วย รวมถึงมีสิ่งแวดล้อม มีพื้นที่ที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี เช่นเดียวกับการป้องกันตัวเองไม่ให้ฝุ่นละอองเล็กๆ มาทำร้ายความบริสุทธิ์ของปอดเราได้

 

post

กินคลีนยังไงให้ผอม

อาหารคลีนก็คือ อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการปรุงแต่ง เป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงรสใดๆ มากเกินไป และไม่ผ่านกระบวนการหมักดอง ซึ่งการปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักในปริมาณเยอะๆ แต่ทานอาหารครบทุกหมู่ในปริมาณที่เหมาะสม และด้วยอาหารคลีนฝ่านการปรุงแต่งมาน้อย เน้นธรรมชาติของอาหารเป็นหลัก จึงช่วยส่งผลดีต่อการลดความอ้วน ลดไขมัน ซึ่งหากเราทานอาหารคลีนควบคู่ไปกับการออกกำลังกายลดน้ำหนัก ก็จะทำให้น้ำหนักลดลงได้เร็วขึ้นอีกด้วย

กินคลีนอย่างไรช่วยลดน้ำหนักได้ผลเร็ว

โดยให้เลือกกินไขมันและคาร์โบไฮเดรต ที่เป็นไขมันดีต่อร่างกาย เช่น ไขมันจากปลาหรือคาร์โบไฮเดรตจากข้าวซ้อมมือกับขนมปังโฮลวีต แทนการรับคาร์โบไฮเดรตจากแป้งสาลี และรับไขมันจากหมูสามชั้น นอกจากนี้การทานไขมัน โปรตีนควบคู่กับคาร์โบไฮเดรต ยังมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นจึงไม่ควรหลีกเลี่ยงที่จะทาน

กินครั้งละน้อยๆ แต่กินบ่อยๆ

วิธีลดน้ำหนักโดยการทานคลีน ในหนึ่งวันให้แบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อ จัดเป็นมื้อเล็กและทานในปริมาณที่ไม่มาก โดยอาจจะแบ่งเป็นมื้อหลังตื่นนอน มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อบ่าย มื้อเย็น ซึ่งในมื้อบ่าย อาจจะจัดเป็นมื้อของโยเกิร์ต สลัดผลไม้ สลัดผัก หรือธัญพืชถ้วยเล็กๆ และถึงแม้อาหารคลีนจะช่วยในการลดน้ำหนัก เราจะต้องไม่ลืมว่าทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งการแบ่งออกเป็น 5-6 มื้อ จะช่วยในการควบคุมอาหารได้ดีกว่า และช่วยลดอาการหิวจากการทานในปริมาณที่น้อยลงในระหว่างวันได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งนี้ในการควบคุมปริมาณอาหาร ต้องให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเป็นสำคัญ หากทานน้อยไปร่างกายก็อาจขาดสารอาหารได้ ทานเยอะไปร่างกายใช้พลังงานไม่หมดก็อ้วนขึ้น

กินอาหารคลีนให้ได้ทุกมื้อ ถ้าไม่ครบให้เน้นที่มื้อเย็นเป็นหลัก

อาหารคลีนสารอาหารที่ครบถ้วน มีการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีแต่ความปลอดภัย มีกรรมวิธีในการประกอบและปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพของคนเรา ดังนั้นจึงควรทานให้ครบทุกมื้อก็จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่สะดวกในการทานอาหารคลีนทุกวัน ให้เน้นหลักๆ ที่มื้อเย็น เพราะอาหารคลีนเป็นอาหารที่ให้พลังงานน้อย จึงไม่เกิดสะสมในช่วงเวลาที่กำลังนอนหลับ แต่ก็ควรออกกำลังกายลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องเป็นประจำร่วมด้วย เพื่อการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด

การกินอาหารคลีนลดน้ำหนักนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน คนไหนอยากมีหุ่นสวยรวดเร็วทันใจ อย่าลืมเลือกกินอาหารคลีนเพื่อสุขภาพควบคู่กับการออกกำลังกายลดน้ำหนักอย่างเป็นประจำ รับรองหุ่นสวยภายในเวลาไม่นานแน่นอน

เมนูแนะนำในการกินคลีน เช่น สลัดไก่ อกไก่ ข้าวไรซ์เบอรรี่ ข้าวกล้อง ไข่ ตระกูลลถั่ว ผักและผลไม้ เป็นต้น

 

post

รีวิวรถไฟไทยขบวนรถนอนใหม่ 

             สายเที่ยวต้องได้ไปลองนั่งรถไฟใหม่ของไทยกันแล้ว วันนี้เราจะพาไปดูรีวิวเด็ดว่ารถไฟไทยมีอะไรแปลกใหม่กันบ้าง โดยรถนอนชุดใหม่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้บริการใน 4 เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ หนองคาย อุบลราชธานี และหาดใหญ่ โดยเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟในทุกที่นั่ง จอบอกข้อมูลการเดินทาง และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi บนขบวน

ราคาค่าโดยสารจะเริ่มต้นที่ 800 บาทถ้าเทียบค่าโดยสารช่วงโปรโมชันของสายการบินราคาประหยัด แต่รถไฟมีข้อได้เปรียบตรงที่มีที่นอนสะดวกสบาย ถึงปลายทางเช้าตรู่ ไม่ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปเช็กอินที่สนามบิน

หลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เปิดตัวขบวนรถนอนใหม่ 115 คัน ไปและปล่อยขบวน 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9 และ 10 อุตราวิถี’ กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23 และ 24 อีสานวัตนา’ กรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ ไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย อีสานมรรคา’ และกรุงเทพ-หาดใหญ่ ‘ทักษิณารัถย์’ เปิดให้บริการต้นเดือนธันวาคม

บอกเลยว่า หลังจากการโดยสารขบวนรถนอนใหม่ครั้งนี้ เราพบรายละเอียดและสิ่งอำนวยความสะดวกที่น่าสนใจทั้งหมด 9 ข้อ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นมาตรฐานใหม่ของรถไฟไทยก็ว่าได้

จอLED แบบทัชสกรีน

ที่สามารถสั่งอาหารให้เดินมาส่งอาหารและเครื่องดื่มได้ที่ห้อง เลือกชมรายการบันเทิง ทั้งภาพยนตร์และมิวสิกวิดีโอในช่องต่างๆโดยขอหูฟังจากพนักงานประจำตู้เพื่อรับชมความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

เราเดินทางถึงสถานีกรุงเทพก่อนเวลารถออกเล็กน้อย และขบวนรถกำลังจอ LEDดเทียบที่ชานชาลา ตัวรถใหม่ สะอาดอย่างดีทุกครั้งก่อนให้บริการ และที่สะดุดตาเราในครั้งแรกจากภายนอกคือ ป้ายบอกรายละเอียดขบวนและเลขตู้เป็นไฟพื้นสีดำ อักษรสีขาว ขึ้นสลับระหว่างภาษาไทยและอังกฤษ ส่วนระบบประตูได้มีการพัฒนาให้รองรับชานชาลาพื้นสูงเสมอระดับกับพื้นในตู้ขบวน และสามารถเคลื่อนกางออกเป็นบันไดเมื่อเปิดประตูได้สำหรับชานชาลาพื้นต่ำ 

รถโรงแรมเคลื่อนที่ พร้อมฟรี Wi-Fi

เมื่อเดินเข้าไปในตู้นอนชั้น 1 ประกอบด้วยห้อง 12 ห้อง แต่ละห้องจุผู้โดยสารได้ 1-2 คน ซึ่งระบบการจองตั๋วจะคัดเลือกให้ผู้โดยสารเพศเดียวกันอยู่ในห้องเดียวกันเสมอ เว้นมาจองด้วยกัน ระบบจะแจ้งเป็นเพศใดเพศหนึ่ง)ที่นั่งด้านในจะหันด้านสลับกันไปในแต่ละห้อง และสามารถเปิดที่กั้นระหว่างห้องได้ เหมาะสำหรับผู้โดยสารที่มากันเป็นครอบครัว และจองห้องติดกันแบบหันหน้าเข้าหากัน

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องโดยสารนั้นก็มีหลากหลายมากขึ้นกว่าตู้รถนอนรุ่นเดิม ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือจอLED แบบทัชสกรีน ที่สามารถสั่งอาหารให้เดินมาส่งอาหารและเครื่องดื่มได้ที่ห้อง เลือกชมรายการบันเทิง ทั้งภาพยนตร์วิดีโอในช่องต่างๆ โดยขอหูฟังจากพนักงานประจำตู้เพื่อรับชมความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ผู้โดยสารสามารถเลือกดูข้อมูลการเดินทาง ซึ่งรถไฟขบวนนี้มีระบบจีพีเอสแบบเรียลไทม์ จึงสามารถบอกได้ว่ารถไฟวิ่งอยู่ที่ใด สถานีก่อนหน้าและสถานีต่อไปคืออะไร รถวิ่งที่ความเร็วเท่าไหร่ เพื่อให้ผู้โดยสารมั่นใจว่าจะไม่ลงรถไฟเลยป้าย และยังมีรายละเอียดการใช้ห้องน้ำและห้องอาบน้ำในตู้อยู่ที่มุมขวาล่างว่ามีผู้ใช้งานอยู่หรือไม่

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในห้องก็ยังมีกระจกแต่งหน้า เครื่องใช้เล็กๆน้อยๆ พร้อมอ่างล้างหน้า, ปลั๊กไฟ พร้อมไฟส่องสว่างที่หัวนอน ช่องเสียบชาร์จแบบ USB, ปุ่มเปิด-ปิดไฟในห้อง และปุ่มเรียกพนักงาน  รวมถึงประตูห้องนอนมีผังแจ้งห้องต่างๆ ภายในตู้ และช่องตาแมว

และ สามารถใช้ Wi-Fi ได้ฟรี 45 นาที ต่อการเชื่อมต่อ 1 ครั้ง ทดลองเชื่อมต่อแล้วพบว่าเชื่อมต่อได้รวดเร็วดี สัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วมาตรฐาน 

ห้องน้ำระบบสุญญากาศ สะอาด ปลอดภัย 

สำหรับห้องน้ำขบวนรถนอนรุ่นใหม่นี้ ทาง รฟท. แจ้งว่าห้องน้ำเป็นระบบปิดทั้งขบวน ไม่มีการปล่อยสิ่งปฏิกูลลงบนทางรถไฟ โถสุขภัณฑ์เป็นระบบสุญญากาศ หลังจากกดชำระเพื่อทำความสะอาด สิ่งปฏิกูลจะถูกลมดูดหายลงไปในถังพัก นอกจากนี้ พื้นในห้องสุขาและห้องอาบน้ำเป็นพื้นยางกันลื่น เรียกได้ว่านอกจากจะสะอาดแล้ว ยังปลอดภัยอีกด้วย ซึ่งห้องสุขานี้จะมีอยู่

ตู้เสบียงกว้างสบาย มีขายมากกว่าอาหาร

ตู้เสบียง ในชุดขบวนรถนอนชุดใหม่นี้มีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน ทั้งส่วนของห้องครัว เคาน์เตอร์ขายอาหาร และที่นั่งรับประทานอาหาร  พบว่าเป็นแซนด์วิช อาหารกล่องแช่แข็ง และไส้กรอก และไม่มีระบบการปรุงสดจากในครัว เนื่องด้วยเหตุผลความปลอดภัยในการป้องกันอัคคีภัยจากการปรุงอาหาร)แต่เมนูอาหารมีหลากหลายกว่าเดิม

ที่นอนสุดแสนสบาย

พนักงานก็กำลังปรับเปลี่ยนจากที่นั่งเป็นที่นอน เบาะผ้ากำมะหยี่ที่นั่งสีชมพูเข้มก็ถูกปรับเป็นที่นอนกว้างขวางแสนสบาย และจากการขึ้นไปนอนบนเตียงก็พบว่าฟูกที่นอนนั้นไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป หมอนก็นุ่มสบายกำลังดี และอาการสั่นโยกเยกก็น้อยกว่าตู้โดยสารรุ่นเก่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใครที่นอนดิ้นแล้วกลัวว่าจะตกเตียง รถนอนในขบวนนี้ก็มีที่กั้นสเตนเลสให้อย่างแน่นหนา

ใหม่และปลอดภัยรอบด้าน

ความปลอดภัยระหว่างการเดินทางคือสิ่งสำคัญ รถไฟขบวนนี้ก็เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าหน้าที่คอยตรวจตราเป็นระยะ แต่ยังมี ผู้ช่วย อีกหลายรูปแบบที่จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับผู้โดยสาร

ไม่เพียงเท่านี้ ระบบเบรกของรถไฟขบวนนี้เป็นระบบดิสก์เบรก พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และวัสดุภายนอก-ภายในตู้โดยสารแบบไม่ติดไฟ เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้โดยสารว่าปลอดภัยอย่างรอบด้าน

มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการทั้งที่เก็บรถเข็นพร้อมรถวีลแชร์สำรองลิฟต์ยกรถเข็นจากชานชาลาเข้าสู่ตู้โดยสารรวมไปถึงการออกแบบพื้นตู้โดยสารแบบเสมอระดับ และไม่มีช่องว่างระหว่างข้อต่อขบวน

ราคาที่ยอมจ่าย

ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 800 กว่าบาทสำหรับรถนอนชั้น 2 และ 1,100 บาทขึ้นไปสำหรับชั้น 1

คุณได้ความสะดวกสบายในระหว่างการเดินทางในตอนกลางคืน ที่นอนที่นอนได้จริง ไม่ใช่แค่เบาะปรับเอน

คุณได้ถึงที่หมายในตอนเช้าตรู่อย่างสดชื่น ไม่ต้องตื่นตี 3 เพื่อไปเช็กอินที่สนามบินสำหรับเที่ยวบินรอบ 6 โมงเช้า และการออกเดินทางในช่วงเย็นหรือหัวค่ำเพื่อเดินทางข้ามคืนไม่ใช่อุปสรรคสำหรับคุณ

คุณได้ขึ้น-ลงระหว่างทาง ซึ่งการเดินทางไปสนามบินไม่สะดวกเท่า (รถไฟขบวนนี้จอดรายจังหวัดและอำเภอใหญ่ๆ

สามารถจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าสูงสุด 60 วัน หากไปจอง โปรดเตรียมระบุชื่อ และเลขประจำตัวประชาชนของผู้โดยสารทุกคนไว้ด้วย เพราะ รฟท. ทำประกันอุบัติเหตุให้กับผู้โดยสารทุกที่นั่ง

จองตั๋วรถไฟ เตรียมข้อมูลให้พร้อม แล้วบอกพนักงานว่าจะขึ้นที่ไหน ลงที่ไหน ไปเมื่อไหร่ รถประเภทอะไร แล้วเจ้าหน้าที่จะหาที่ว่างและออกตั๋วให้

รักษาตั๋วไว้ให้ดี การรถไฟ ไม่รับผิดชอบหากสูญหาย แต่คุณสามารถถ่ายภาพตั๋วเก็บไว้ได้ หากตั๋วหายก็สามารถไปแจ้งความ แล้วนำใบแจ้งความพร้อมภาพถ่ายตั๋วไปยังสถานีรถไฟเพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกตั๋วใหม่ให้ได้ อุ่นใจเรื่องตั๋วแล้วก็เตรีรยมตัวเดินทางกัน

 

post

บิตคอยน์ (Bitcoin) คืออะไร 

              กำลังเป็นกระแสและเติบโตอย่างรวดเร็วกับสกุลเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า บิตคอยน์  หลังจากมีการพูดถึงกันเป็นวงกว้างว่า บิตคอยน์อาจจะเปลี่ยนระบบการเงินของโลกไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่าบิตคอยน์ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2552 รวมๆได้ก็12 ปีแล้ว

       โดยบิตคอยน์เริ่มมาเป็นกระแสและรู้จักในเมืองไทย เนื่องจากมีกลุ่มแฮกเกอร์ได้ปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ ซึ่งได้เรียกเก็บเงินกับผู้ที่ติดไวรัสเป็นสกุลเงินบิตคอยน์ ทำให้สกุลเงินนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก จนมีมูลค่าพุ่งสูงสุดในเดือนธันวาคม 2560 แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ราคาบิตคอยน์จะค่อย ๆ ร่วงลงและมีความผันผวนเป็นอย่างมาก จนเริ่มเกิดกระแสความกังวลเป็นวงกว้างถึงภาวะฟองสบู่แตกในตลาดบิตคอยน์ แต่แล้วในเดือนมกราคม 2564 บิตคอยน์กลับทำสถิติพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดย 1 BTC มีมูลค่าถึง 1 ล้านกว่าบาทกันเลยทีเดียว ทุกคนคงอยากรู้กันแล้วสิว่าบิตคอยน์คืออะไร มาจากไหน และใครเป็นผู้คิดค้น และมีความสำคัญยังไง เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกัน

บิตคอยน์ คืออะไร ?
บิตคอยน์ (Bitcoin) คือ สกุลเงินสมมติที่ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบดิจิทัล เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ โดยไม่ขึ้นกับสกุลเงินใดๆ ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญทั่วไป โดยบิตคอยน์มีหน่วยเงินตราเป็น BTC เหมือนๆ กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ใช้หน่วยเงินตราเป็น USD หรือสกุลเงินบาทไทยที่ใช้เป็น THB นั่นเอง ซึ่งบิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2552 ราวๆสิบกว่าปีมาแล้ว และเริ่มถูกนำไปใช้แลกเปลี่ยนซื้อ-ขายสินค้ากันจริงๆ ในโลกออนไลน์ตั้งเป็นต้นมา

บิตคอยน์ถือว่าเป็นเงินตราอิเล็กทรอนิกส์ สกุลหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีสกุลเงิน อีกมากมายที่ถูกคิดค้นขึ้นมา เช่น สกุลเงิน Ethereum ที่ใช้ตัวย่อว่า ETH, สกุลเงิน Ripple ที่ใช้ตัวย่อว่า XRP และสกุลเงิน Litecoin ที่ใช้ตัวย่อว่า LTC แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบิตคอยน์ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุด เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่ของวงการสกุลเงินดิจิทัลนั่นเอง  

Bitcoin เกิดมาได้อย่างไร   
บิตคอยน์เกิดจากแนวคิดที่ต้องการระบบเงิน และไม่ถูกตรวจสอบ จากที่มีธนาคารกลางเป็นผู้ดูแล และมีหน้าที่กำหนดมาตรฐาน รวมถึงมูลค่าของเงิน ทำให้ธุรกรรมทางการเงินทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของธนาคารกลางนั่นเอง แต่กระบวนการเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยถูกใจบรรดาธุรกิจใต้ดิน เพราะต้องระบุตัวตน เวลาโอนเงินก็ต้องผ่านตัวกลาง ทำให้ถูกตรวจสอบได้ง่ายกว่าการยึดสกุลเงินดิจิทัลจึงสร้างสกุลเงินใหม่ที่ไม่ผ่านระบบธนาคารกลาง และเป็นที่ยอมรับใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีโปรแกรมเมอร์ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโต้ ได้สร้างระบบที่เรียกว่า Blockchain ออกมา ซึ่งเป็นระบบเพื่อป้องกันการเกิดภาวะเงินเฟ้อและเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดิจิทัล  โดยนำระบบการทำงานของอัลกอริทึมมาใช้ แล้วกำหนดปริมาณเงินในระบบไม่ให้เกินยี่สิบเอ็ด ล้านหน่วย ทำให้บิตคอยน์เริ่มนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะจากมีระบบป้องกันเงินเฟ้อนั่นเอง

การขุด Bitcoin

       หลังจากที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีหลายคนเริ่มเห็นโอกาสในการทำกำไร ซึ่งก็มีคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยกับบิตคอยน์ไปไม่น้อย โดยการลงทุนในบิตคอยน์นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธี เราไปดูกัน

การขุด (Mining)

         บิตคอยน์ถูกดูแลภายใต้ระบบ Blockchain ที่ทำงานโดยอัลกอริทึม การขุดคอยน์ อธิบายง่ายๆให้เข้าใจ คล้ายๆที่เข้าไปขุดทองในเหมือง แต่แค่เปลี่ยนรูปแบบมาทำในระบบคอมพิวเตอร์แทน โดยจะต้องนำคอมพิวเตอร์ของเราไปเป็นเซิร์ฟเวอร์ให้ระบบบิตคอยน์ใช้ในการเก็บธุรกรรมต่างๆ เป็นเหมือนการแลกทรัพายากรกันนั่นเอง จึงจะได้รับค่าตอบแทนคือเงินบิตคอยน์ แต่การจะได้ค่าตอบแทนนั้นจะต้องแก้สมการทางคณิตศาสตร์ให้ได้ ซึ่งต้องแข่งกับคนอื่น ถ้าทำสำเร็จเราก็จะเป็นเจ้าของบิตคอยน์ที่เกิดขึ้นมาใหม่จากการขุดนั่นเอง

สำหรับความยากง่ายของการขุด ขึ้นอยู่กับจำนวนบิตคอยน์ที่อยู่ในระบบที่ถูกกำหนดสูงสุดไว้ที่ยี่สิบเอ็ดล้านหน่วย ยิ่งจำนวนบิตคอยน์เหลือน้อยก็ยิ่งยากมากขึ้น รวมถึงความแรงของการประมวลผลคอมพิวเตอร์เราด้วยที่ต้องมากขึ้นตามความยากของการขุด ทำให้เราเห็นข่าวเรื่องที่คนหันมาซื้อการ์ดจอแรงๆ เพื่อมาแข่งกันขุดบิตคอยน์นั่นเอง คอมพิวเตอร์แรงกว่าก็จะมีโอกาสแก้สมการได้เร็วกว่าจำนวนเงินการขุดถูกกำหนดไว้ชัดเจน ช่วงแรกจะได้ครั้งละ 50 BTC โดยจำนวนเงินที่ได้จะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ปัจจุบันเหลือแค่ 6 BTCเท่านั้นเอง

การเทรดด้วยสกุลเงินอื่น

หากไม่มีคอมพิวเตอร์แรงๆ ไปขุดบิตคอยน์ เราสามารถนำเงินสกุลอื่นๆ ที่ได้รับการยอมรับไปแลกเพื่อไปหากำไร  มูลค่าของบิตคอยน์ได้จากการขุดมีร้านรับแลกออนไลน์เกิดขึ้นมากมายที่ทำหน้าที่เหมือนธนาคาร ให้แลกและอัตราแลกขึ้นกับกลไกการตลาดกำหนด ถ้าราคาขึ้นก็ขึ้นราราตกก็จะตกตาม

ถึงอย่างไร บิตคอยน์ ถือเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนเป็นอย่างมาก มีการร่วงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเงินสกุลปกติ หรือการลงทุนในหุ้นที่เฉลี่ยต่อวันจะเปลี่ยนแปลงไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุนหรือเก็งกำไร ควรจะต้องศึกษาข้อมูลและหาความรู้เพิ่มเติมอย่างละเอียด ไม่เช่นนั้นอาจจะหมดตัวได้

    

 

post

อันตรายจากโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) 

              หน้าร้อนใครๆก็รู้ดีว่ามันช่างเป็นหน้าที่ไม่อภิรมย์เอาซะเลย อากาศร้อนไหนจะส่งผลต่ออารมณ์ที่ทำให้หงุดหงิดงุ่นง่านแล้วยังแฝงไปด้วยอันตรายที่มาพร้อมกับความร้อนคือโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ที่ส่งผลกับสุขภาพของเราอีกด้วย

หมอได้แนะให้รับมืออากาศร้อนจัดให้อยู่ในที่ร่มหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รองอธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่าจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นในช่วงนี้ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาโดยเฉพาะโรคฮีทสโตรก Heat Stroke หรือโรคลมแดด ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงและได้รับความร้อนมากเกินไปทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของสมองในส่วนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำให้มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน40องศาเซลเซียสซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมองอาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตได้

              สัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงโรคฮีทสโตรกคือไม่มีเหงื่อออกแม้ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนใบหน้าจะตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆรู้สึกกระหายน้ำมากๆวิงเวียน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน  เกร็งกล้ามเนื้อ ชัก มึนงง สับสน  รูม่านตาขยาย ความรู้สึกตัว  ลดน้อยลง อาจหมดสติ หัวใจเต้นเร็วแต่แผ่วเบา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องทันเวลาอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้

ซึ่งแตกต่างจากอาการเพลียแดดทั่วๆไปที่จะมีเหงื่อออกด้วย สำหรับผู้ที่มี ความเสี่ยงในการเกิดโรคฮีทสโตรกคือผู้สูงอายุเด็กผู้ที่อดนอน ผู้ที่ดื่มเหล้าจัดผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นและผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน รวมถึงนักกีฬา และทหารที่เข้ารับการฝึก โดยไม่มีการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด

สำหรับการป้องกันโรคฮีทสโตรกก็คือการดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้าน ในวันที่มีอากาศร้อนจัด  ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายอุณหภูมิความร้อนได้ดีและป้องกันแสงแดดได้ และหากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกลางสภาพอากาศร้อนควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ1ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม และแม้จะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัดโดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกายหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาเสพติดทุกชนิด หากเกิดอาการให้คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบ ตามซอกลำตัว คอ รักแร้  เชิงกราน ศีรษะ เพื่อระบาย ความร้อนร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน ราดน้ำเย็นลงบนตัว เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง ให้ดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทน แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

อย่าลืมดูแลป้องกันตนเองจากโรคกันด้วยนะ

 

post

เกลียดวันจันทร์ เป็นสัญญาณที่ไม่ดี

        มนุษย์เงินเดือนมักจะเบื่อวันจันทร์เหตุผลทั่วไป ก็เพราะเป็นวันแรกที่ต้องทำงาน คนที่ทำใจได้ว่ายังไงมันก็ต้องทำงานก็อาจเบื่อน้อยลงมาหน่อย เราหลายคนอาจมองว่าการเบื่อวันจันทร์เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็เป็นได้ บ้างเกิดบ่อย บ้างเป็นบางครั้ง บ้างเมื่อมาก แต่เชื่อหรือไม่ว่า การมีทัศนคติต่อวันจันทร์ยิ่งแย่เท่าไหร่ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตคุณมากเท่านั้น

        สำหรับคนที่คิดว่าบางทีมันก็แค่อารมณ์เบื่อๆ ไม่ได้เบื่ออะไรจริงจังนักหรอก ถ้าเพียงเท่านั้นจริงก็ดีไป แต่หากไม่หยุดแค่นั้น นานไปยิ่งเบื่อ ยิ่งขี้เกียจลุกมากเท่า ยิ่งเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างอันตราย หากย้อนนึกไปในวัยเด็กอาจพอเห็นภาพได้คร่าวๆ ว่าคนที่อยากไปโรงเรียนกับไม่อยากไปโรงเรียนจะมีอนาคตต่อผลการเรียนแน่นอนและชัดเจน นี่คือตัวอย่างที่เปรียบได้ว่าถ้าคุณเบื่อวันจันทร์นั่นคือคุณ กำลังเบื่องาน, เบื่อชีวิตความเป็นอยู่ หรือจะอ้างว่าเบื่อคนเบื่อระบบ เบื่อ อื่นๆ แต่แท้แล้วคือคุณไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้! และคุณยังต้องทำงานอยู่มิใช่เพื่ออนาคตคุณหรือตรองดูสิว่าเด็กเบื่อการเรียนสร้างผลการเรียนได้ดี คนเบื่อชีวิต จะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้หรือคนที่คิดว่ามันจะดีขึ้นได้สักวันก็มักไปในทางรอโชครอชะตา

เมื่อทำอย่างหนึ่งไม่ได้ ก็มักจะไปทำในสิ่งที่ทำได้แทน เช่นหาเรื่องเที่ยว ทำนั่นนี่ในวันหยุดโดยคิดว่ามันเป็นการชดเชย ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร แต่บางทีมันไม่ใช่การพักผ่อน เพราะส่วนลึกในใจคุณยังมีเรื่องงาน เรื่องสิ่งที่เบื่อวนอยู่ในใจ และมันกลายเป็นว่า เที่ยวเหนื่อยเลยไม่อยากไปทำงานวันจันทร์ ถ้าเที่ยวเหนื่อยแล้วทำไมไม่พักผ่อนคำตอบแท้จริงอาจกลายเป็นว่า.. ถึงพักผ่อนก็เบื่ออยู่ดี หรือพูดง่ายๆ มันไม่ได้เกี่ยวกันหรอก เพราะแท้จริงแล้วเราไม่ได้เบื่อวันจันทร์ แต่เบื่อมันทุกวันน่ะแหละเพียงแต่มันเป็นวันแรกที่ต้องเจอ

การเบื่อวันจันทร์ย่อมไม่ใช่สัณญาณดีนักในการทำงาน ลองปรับเปลี่ยนมุมมองให้มองว่าการมาทำงานก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ได้พบเจอทำอะไรใหม่ๆเพื่อให้รู้สึกสดชื่นในวันทำงานและพร้อมที่จะงานออกมาให้ดีได้อย่างแน่นอน